ผู้เขียน: admin

6 มี.ค.

กรมสุขภาพจิต ชี้วิธีตั้งรับอาการเครียด ข่าวสารเลือกตั้ง 5 วิธีบรรเทา ไม่ไหวโทร 1323!

วันที่ 5 ก.พ. นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดี กรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ข่าวการ เลือกตั้ง กำลังเป็นที่สนใจของประชาชน หากมีการติดตามข่าวสารมากจนเกินไป อาจส่งผลกระทบทำให้เกิดอาการทางกายได้ เช่น ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ตึงบริเวณขมับ ต้นคอหรือตามแขนขา

ส่วนอาการทางจิตใจ ได้แก่ อาการวิตกกังวล ครุ่นคิดอยู่ตลอดเวลา หงุดหงิดง่าย โกรธ ฉุนเฉียว ก้าวร้าว สมาธิไม่ดี ฟุ้งซ่าน หรือหมกมุ่นมากเกินไป เบื่อหน่าย ท้อแท้ หมดหวัง สิ้นหวัง รู้สึกไม่มีทางออก และปัญหาพฤติกรรมและสัมพันธภาพกับผู้อื่น

มีการโต้เถียงกันกับผู้อื่น หรือแม้แต่บุคคลในครอบครัวโดยใช้อารมณ์ตั้งแต่ปานกลางถึงรุนแรง โดยไม่สามารถยังยั้งตนเองได้ มีความคิดที่จะตอบโต้โดยใช้กำลังในการเอาชนะ มีการเอาชนะทางความคิดกับคนที่ เคยมีสัมพันธภาพที่ดีมาก่อน จนทำให้เกิดปัญหาด้านสัมพันธภาพอย่างรุนแรง

อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวต่อไปว่า สำหรับการติดตามข่าวสารบ้านเมืองให้ห่างไกลความเครียดนั้น ให้ใช้หลัก 5 วิธี ที่ควรปฏิบัติ ดังนี้

  • แบ่งเวลาติดตามข่าวสารบ้านเมืองอย่างพอดี โดยการติดตามข่าวสารไม่ควรติดตามต่อเนื่องนานเกิน 2 ชั่วโมงขึ้นไป เพราะจะทำให้เครียดมากขึ้น
  • ทำกิจวัตรประจำวันให้เป็นปกติ หันเหความสนใจจากข่าวสารไปเรื่องอื่น ละเว้นการรับรู้ข่าวสารการเมืองบ้าง โดยหันไปทำหน้าที่ของตนเอง เรียนหนังสือ การทำงาน และการให้เวลากับครอบครัว
  • เคารพความคิดเห็นแบบประชาธิปไตยที่มีความแตกต่างหลากหลายได้ โดยไม่ดูข่าวหรือรับข้อมูลข่าวสารเพียงด้านเดียว จะทำให้เกิดอารมณ์รุนแรง ควรเปิดกว้างและรับข้อมูลข่าวสารที่แตกต่าง
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย วันละ 6-8 ชั่วโมง ซึ่งการพักผ่อนจะทำให้ความเครียดลดลง
  • การผ่อนคลายความเครียด เช่น การออกกำลังกาย ฝึกโยคะ การทำสมาธิ ฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อ การฝึกหายใจคลายเครียด การกำหนดลมหายใจเข้า-ออก เป็นต้น


ทั้งนี้ หากอาการยังไม่ดีขึ้น เช่น ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ มีความเครียดรุนแรง สามารถขอรับบริการปรึกษาที่สถานบริการสาธารณสุขที่อยู่ใกล้บ้าน หรือโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อหาทางแก้ไขที่เหมาะสม

12 ต.ค.

เรามาทำความรู้จักกับอาชีพ “นักปฎิบัติการฉุกเฉินการแพทย์” กัน

นักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ ผู้ที่จะไปถึงตัวผู้ป่วยเป็นคนแรก และช่วยรักษาชีวิตของผู้ป่วยเอาไว้จนกว่าจะถึงโรงพยาบาลในประเทศที่มีผู้ป่วยด้วยโรคหัวใจและผู้ประสบอุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นจำนวนมากอย่างประเทศไทย นักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ คือความหวังในการมีชีวิตรอดของผู้ป่วยทุกคน

Read More




5 ต.ค.

ถ่ายรูปในโรงพยาบาล ทำไมถึงผิด | จั๊ด ซัดทุกความจริง

ทำไมโรงพยาบาลถึงมีประกาศห้ามถ่ายรูป ทั้งๆที่ มันเป็นสิทธิของเราที่อยากจะถ่ายที่ไหน ยังไง ก็ได้ …แต่เราการกระทำด้วยความไม่รู้ของเราในบางครั้ง อาจไปละเมิดสิทธิของคนอื่นหรือเปล่า Read More




5 ต.ค.
5 ต.ค.
4 ต.ค.

มารยาทเด็กไทย ที่พ่อแม่ควรสอนลูก

น้องอาจจะยังไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่พวกเขาทำ
มันไม่สุภาพหรือไม่ถูกกาลเทศะ และในบางครั้งก็เป็นการรบกวนผู้อื่นอย่างไม่ได้ตั้งใจ

พ่อแม่และครอบครัว สามารถช่วยลูกๆได้ด้วยการสอนและแนะนำสิ่งที่ดี
ให้น้องเป็นที่รักของทุกคนRead More

1 ต.ค.

เพื่อนในเฟซบุ๊คแบบไหนที่ควร Unfriend

หลายครั้งเราอยากเลิกเป็นเพื่อนกับใครสักคนบน Facebook ไม่ใช่เพราะว่าเราโกรธหรือเกลียดเค้า แต่บางคนก็โพสต์อัพเดทสเตตัสบ่อยเกิน มีทั้งรูป บทความ รายการทีวี ลิงค์หรืออะไรที่ไร้สาระต่างๆ ขึ้นมาในหน้าฟีดเราบ่อยเกินจนทำให้เราพลาดข้อมูลข่าวสารที่น่าสนใจอื่นๆRead More

11 ก.ย.

ทำให้ลูกฉลาดด้วย 30 เทคนิค

คุณแม่ทุกคนย่อมอยากมีลูกที่น่ารัก ฉลาดสมวัย ไม่ใช่เรื่องยากแต่ต้องอาศัยเทคนิคดีๆ วันนี้ อย่ารอช้า mamaexpert นำเทคนิคเลี้ยงลูกที่ช่วยให้ลูกรักของคุณ มีมันสมองที่ชาญฉลาดสมวัยสมใจแม่ ทำเลยค่ะRead More

10 ก.ย.

เก็บผักในตู้เย็นอย่างไรให้อยู่นาน เคล็ด(ไม่)ลับ! ที่ควรรู้

 

เกือบทุกบ้านมีตู้เย็นใช้เก็บผักผลไม้เอาไว้กินไว้ปรุงอาหาร ซึ่งผักผลไม้จะอยู่ได้นาน มาลองดูกันว่าแต่ละบ้านพฤติกรรมการใช้ตู้เย็นแบบนี้ไหม? Read More

3 ก.ย.

นิสัย 5 อย่างที่ “คนโง่” ต่างจาก “คนฉลาด”

ได้อ่านบทความที่เขียนโดย คุณนรกมล ดิษยบุตร บรรณาธิการทันโลกสุดสัปดาห์ แล้วทำให้เข้าใจพฤติกรรมคนในสังคมทุกวันนี้ ที่มีคนอยู่หลากหลายประเภท ซึ่งบางคนก็เข้าข่ายไม่มีใครอยากคบหาด้วย และบ่อยครั้งที่พวกเขาไม่รู้ตัวเองว่านิสัยส่วนตัวทำให้คนรอบข้างต้องเบื่อหน่าย ในจำนวนนี้ มีอยู่จำพวกหนึ่งที่ถูกเรียกว่าเป็น “คนโง่ชอบอวดฉลาด” ซึ่งจากผลการศึกษาพบว่า “คนโง่” มักมีนิสัยที่แตกต่างจาก “คนฉลาด” อยู่ 5 อย่างด้วยกัน
Read More

error: Content is protected !!