หมวดหมู่: ข่าวสาร

10 ก.พ.

ตรวจสอบสิทธิการรักษาของตน ผ่านระบบออนไลน์

บริการออนไลน์ด้านบริการสุขภาพสำหรับประชาชน

Read More

ห้องฉุกเฉินรามา นสพ.ไทยรัฐ คอลัมน์ “กิเลนประลองเชิง”

กระบวนการแก้ทุกข์ของแผ่นดิน ไม่ว่าจะชื่อปฏิรูป หรือปฏิวัติ ทุกครั้งไม่เคยแก้ทุกข์ได้ หลายครั้งเพิ่มเงื่อนไขให้ทุกข์หนักยิ่งขึ้น

สมมติฐานของทุกข์ เป็นเช่นเดียวกับโรค แพทย์ต้องรู้จักอาการของโรค รู้จักต้นเหตุของโรค หากเป็นโรคร้ายริมเป็นริมตาย… ผมเพิ่งเอาตัวเองเป็นกรณีศึกษา จากห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลรามาธิบดี


ค่อนรุ่งลุกจากเตียงเดินหานมดื่ม…วูบล้มนอนกับพื้น…ถึง 4 ครั้ง รู้สึกตัวก็ไม่อยากปลุกใคร…เช้าจึงให้คนในบ้านช่วยเอาไปโรงพยาบาล หัวใจตอนนั้นอ่อนล้า โรยแรง เต็มที

หมอไม่เชื่ออาการวูบหลายครั้ง…เกิดจากระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ…ขอยาที่กินประจำ เบาหวาน ความดัน ไขมัน ไปดูเอกซเรย์ เจาะเลือด ตรวจคลื่นหัวใจ

ห้องฉุกเฉินรามาฯเต็ม และแน่นตลอดเวลา กว่า 12 ชั่วโมงที่ผมนอน ล้นออกนอกห้อง

เตียงห้องฉุกเฉินออกแบบไว้ดีมากๆ พี่เปลของน้องพยาบาล เข็นออกจากห้องหมอ ไปเข้าห้องโน้น ห้องนี้ กระทั่งห้องน้ำ กลับมาทีก็ได้ช่องใหม่ เสียบเข้าไปใหม่

รอบที่แล้วมีเพื่อนคนไข้หน้าตานั้น เสียงร้องครางเป็นจังหวะถี่กระชั้นอย่างนั้น รอบใหม่เพื่อนเปลี่ยนหน้าไปแล้ว

ญาติคนไข้กลุ่มเก่า ถูกเชิญออกนอกห้อง ญาติกลุ่มใหม่กับคนไข้ใหม่ก็เติมเข้ามา หมุนเวียนเปลี่ยนกันไป ชีวิตในห้องฉุกเฉิน ฉุกเฉินอยู่ทุกวินาที

ผมหลับตา สมาธิยังดี…นึกถึงคำสวดมนต์แปล สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนเกิดแก่เจ็บตาย…ด้วยกันหมดทั้งสิ้น ฯลฯ

คุณบรรหาร ศิลปอาชา ว่า ปัญหาบ้านเมืองที่แก้ไม่ได้ เพราะคนมีอัตตา…เอาแต่ได้ ถ้าคนหมดกิเลส ช่วยกันคิดเรื่องปฏิรูปการเมือง ถอยกันคนละก้าว…ปัญหาก็จบ

คุณบรรหารท่านอายุยืนยาว ผ่านหนาวร้อนมากกว่าใคร… จึงเข้าถึงจุดดับทุกข์ได้ด้วยประสบการณ์ และปัญญาของท่านเอง

ส่วนนักการเมืองที่ยังไม่บรรลุ ผมอยากให้ป่วยเข้าห้องฉุกเฉิน เพื่อศึกษาผู้คนในกระบวนการ หมอ พยาบาล พนักงานเปล รปภ. …ต่างมีหน้าที่สอดประสาน…เหมือนเสียงเพลงมาร์ชเข้มแข็งเร้าใจ

ค่าเอกซเรย์ห้องฉุกเฉิน ญาติถูกเรียกจ่าย 10 บาท ชี้ชัดว่า ในห้องแห่งนี้เงินไม่ใช่ปัจจัย ทุกฝ่ายมีจุดหมายเดียว…คือรักษาคนไข้

ต่อมาหมอวินิจฉัยชัดเจนว่า ผมเป็นโรคขาดเกลือแร่ ในขณะผมเริ่มรู้สึกว่าร่างกาย และหัวใจอบอุ่นมีกำลังขึ้น และสว่างกระจ่างใจว่า ห้องฉุกเฉินเป็นห้องฝึกวิปัสสนาชั้นเยี่ยม ทุกสิ่งไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา

วิถีของห้องฉุกเฉินยังเดินหน้าไป…ผมนึกถึงคำพระพุทธเจ้า “ดูก่อน ธนิยะ ถ้าเพียงเธอเห็นแล้วสักแต่ว่าเห็น ได้ยินสักแต่ว่าได้ยิน ฯลฯ จิตว่าง จนละวางได้แล้ว…ตัวตนเธอก็เหมือนไม่มี

ทุกข์จะกล้ำกรายเธอไม่ได้ต่อไป”

ทบทวนตัวเอง เมื่อรู้ว่าโรคเบาหวานขึ้นตา ระหว่างทำเลเซอร์ก่อนผ่าตัดต้อกระจก…ผมควบคุมการกินอาหารเต็มที่ ออกกำลังกาย 50 นาทีเหงื่อท่วมทุกวัน รวมผลข้างเคียงจากยาบางตัว…ผมเดาเอา ผมคุมระดับน้ำตาลได้

เพิ่งมารู้บัดนั้นว่า…วิธีการนั้น…ทำให้เกิดโรคใหม่ โรคขาดเกลือแร่

สี่โมงเย็น หมอให้ดื่มน้ำเค็มขมที่เรียกว่าโปแตสเซียม ครึ่งแก้ว ราวหกโมง อีกครึ่งแก้ว เลือดที่ถูกเจาะไปตรวจสอบ…ผลออกมาว่าใช่…สองทุ่มกว่าๆ หมอก็สั่งให้กลับบ้าน

นี่คือกระบวนการรักษาที่ถูกสร้างไว้สู้กับทุกโรคร้าย ที่ห้องฉุกเฉินรามาฯ

สำหรับผม นี่คือปาฏิหาริย์

โรคของแผ่นดินรักษาไม่ยาก หากมีจุดหมายเดียว มีหน้าที่ช่วยกันทำ…และข้อสำคัญ ต้องไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ข้อนี้แหละครับ ที่ปฏิรูปกี่ครั้งก็ล้มแผละทุกครั้ง.

กิเลน ประลองเชิง

ที่มา นสพ.ไทยรัฐ 

การให้บริการ

ca brest กรมบัญชีกลาง การขลิบการบริการ ขลิบจู๋ ขั้นตอนข้าราชการ ครรภ์อ่อน คู่มือ ฉลาด ฉี่รดที่นอนตกขาว ตารางแพทย์ ต่อมไทรอยด์ ทำบัตรใหม่ บัตรทอง ประกันสังคม ปัสสาวะรดที่นอนผลเสียการกินอาหารก่อนนอน ฝึกสมอง พรีเมี่ยมคลินิก มดลูก มะเร็งเต้านมรามาธิบดี สมองดี สวัสดิการรักษาพยาบาล สัญญาณอันตรายของมะเร็งสาระเพื่อสุขภาพสิทธิการรักษา สุขภาพ หน่วยตรวจอวัยวะเพศชาย อาหารบำรุงครรภ์ เกาะติดข่าว เนื้องอก เนื้องอกในมดลูก เบิกจ่ายตรงเวชระเบียน เวชระเบียนออนไลน์ เวชระเบียนใหม่ เอกสารแนะนำ แผ่นพับ โรคและการเจ็บป่วย ไทรอยด์ ไวรัสตับอักเสบบี

วิจัยพบนักศึกษาไทยนิยมเสพ ‘เว็บโป๊’ ผ่านสมาร์ทโฟน

วิจัยพบนักศึกษาไทยนิยมเสพเว็บโป๊บนสมาร์ทโฟน ผ่านโซเชียลมีเดีย อย่าง ยูทูป เฟซบุ๊ก ฯลฯ พบกลุ่มตัวอย่างบางส่วนเคยประกาศหาคู่ทางอินเทอร์เน็ต …

เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ที่โรงแรมบางกอกชฎา กรุงเทพฯ มีการประชุมวิชาการทางวัฒนธรรมระดับนานาชาติ จัดโดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้มีการเปิดเผยข้อมูลงานวิจัยทางวัฒนธรรมจำนวน 12 เรื่องที่ได้รับทุนสนับสนุนจาก สวธ. โดยหนึ่งในจำนวนนั้น มีผลงานวิจัย ของ ผศ.ดร.ศิริพร เสริตานนท์ อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น เรื่องผลของการเปิดรับสื่ออนาจารต่อพฤติกรรมทางเพศของนักศึกษามหาวิทยาลัย และแนวทางแก้ไขป้องกันปัญหาการเปิดรับสื่ออนาจาร ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมประชุมเป็นอย่างมาก

ผศ.ดร.ศิริพร เปิดเผยว่า ตนเห็นว่า ปัญหาเรื่องเพศสัมพันธ์ในวัยรุ่น มีแนวโน้มเฉลี่ยอายุลดลงเรื่อยๆ ซึ่งเห็นได้จากข่าวสารทุกวันนี้ มีเด็กทำแท้งมากขึ้นและเฉลี่ยอายุลดลง โดยสาเหตุหนึ่งของการมีเพศสัมพันธ์ก็มาจากการรับสื่ออนาจารต่าง จึงได้ทำการวิจัยในหัวข้อดังกล่าว ตั้งเดือนมกราคม-มีนาคม 2555 จากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตั้งแต่ระดับชั้นปีที่ 1-4 มีเกรดเฉลี่ยตั้งแต่ 2.51-3.00 จำนวน 600 คน แบ่งเป็นชาย 298 คน หญิง 302 คน พบว่า นักศึกษาเปิดรับสื่ออนาจารบนสมาร์ทโฟนผ่านระบบอินเทอร์เน็ตในโซเชียลมีเดีย อาทิ ยูทูป เฟซบุ๊ก มากถึงร้อยละ 80 โดยกลุ่มตัวอย่างระบุว่า จะรู้จักเว็บไซต์อนาจาร 1-3 เว็บ โดยจะเน้นดูที่หอพัก และบ้านเพื่อน

ผศ.ดร.ศิริพร กล่าวอีกว่า สำหรับช่วงอายุในการเปิดรับสื่ออนาจาร พบว่า นักศึกษาชายเริ่มรู้จักและสัมผัสสื่อเมื่อช่วงอายุ 10-13 ปี ส่วนนักศึกษาหญิงช่วงอายุ 14-16 ปี ที่สำคัญกลุ่มตัวอย่างบางส่วนยังระบุว่า เคยประกาศหาคู่ทางอินเทอร์เน็ต ขณะที่ วัตถุประสงค์ของการรับสื่ออนาจาร 3 อันดับแรก ได้แก่ 1.เพื่อความบันเทิง 2.เพื่อผ่อนคลายความเครียด และ 3.เพื่อสนองความอยากรู้อยากเห็น โดยเฉพาะศึกษาความรู้เรื่องเพศ ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาตามกลุ่มสาขาวิชา พบว่า กลุ่มนักศึกษาวิชามนุษยศาสตร์/สังคมศาสตร์ เปิดรับสื่ออนาจารเพื่อความบันเทิง อยากรู้อยากเห็น ส่วนกลุ่มนักศึกษาวิชาวิทยาศาสตร์ แพทย์ เน้นบันเทิง หาความรู้เรื่องเพศ เป็นต้น

“ผลการประมวลสัดส่วนการเกิดพฤติกรรมทางเพศของนักศึกษากลุ่มตัวอย่างที่เคยเปิดรับสื่ออนาจารในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา พบว่า นักศึกษามีพฤติกรรมการเปิดรับสื่ออนาจารสูงสุด แต่ปฏิเสธการรับสื่ออนาจารเมื่อเพื่อนชักชวน รองลงมา คือ พฤติกรรมชอบเที่ยวกลางคืนกับเพื่อนต่างเพศ พฤติกรรมหมกมุ่นทางเพศและเคยซื้อบริการทางเพศ ที่สำคัญยังพบว่า กลุ่มตัวอย่าง เคยมีพฤติกรรมเพศสัมพันธ์กับเพศเดียวกัน ชายกับชาย ร้อยละ 55 และหญิงกับหญิง ร้อยละ 66 นอกจากนี้ ยังพบพฤติกรรมทางเพศที่น่าสนใจที่เกี่ยวเนื่องกับการรับสื่ออนาจาร 3 ลำดับ ได้แก่ 1.เคยขายบริการทางเพศ 2.มั่นใจในความเป็นชายจริงหญิงแท้ และ 3.ควบคุมอารมณ์และการแสดงออกทางเพศได้ดีอีกด้วย ที่น่าสนใจอีกประการหนึ่ง กลุ่มเรียนดี ระดับหัวกะทิ อาทิ นักศึกษาคณะแพทย์ และวิทยาศาสตร์ เป็นกลุ่มบริโภคสื่ออนาจารนี้เช่นกัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่า สื่ออนาจารมีผลต่อนักศึกษาทุกกลุ่ม” ผศ.ดร.ศิริพร กล่าว

ผศ.ดร.ศิริพร กล่าวต่อไปว่า สำหรับแนวทางการป้องกันนั้น กลุ่มอาจารย์เห็นว่า รัฐบาลต้องปรับปรุงกฎหมายและบทลงโทษการประกอบธุรกิจสื่ออนาจารบนอินเทอร์เน็ต รวมทั้งสถาบันการศึกษาควรมีการสอดแทรกเนื้อหาการเรียนที่สอนให้นักศึกษารู้จักเลือกรับสื่อที่เหมาะสมในรายวิชาต่างๆ กลุ่มผู้ปกครอง เห็นว่า ควรจะมีการพัฒนาความรู้ของผู้ปกครองให้ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นเข้าถึงชุมชนออนไลน์ได้ เพื่อสามารถตรวจสอบติดตามการใช้อินเทอร์เน็ตของบุตรหลานได้ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ปกครองสามารถให้คำแนะนำที่ถูกต้องและโดนใจบุตรหลาน รวมทั้งสามารถพูดคุยถึงผลกระทบการใช้สื่ออนาจารกับบุตรหลานอย่างเปิดเผย ส่วนกลุ่มนักศึกษาผู้ที่เข้าถึงสื่ออนาจารโดยตรง เสนอแนวคิดไว้ว่า สื่อลามกอนาจารมีผลกระทบต่อจิตใจ ร่างกาย การป้องกันที่ได้ผลที่สุด คือ การฝึกควบคุมจิตใจตนเอง รู้จักใช้เหตุผลในการเลือกรับสื่อ รู้เท่าทันสื่อ แต่คงเป็นเรื่องยากที่จะควบคุมเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ต และทำให้หายไปได้ ดังนั้น ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละบุคคลในการเลือกบริโภคสื่ออย่างชาญฉลาด โดยใช้สติ รู้คิด วิเคราะห์ และพอเหมาะพอดี

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ศูนย์ทันตกรรม (Dental Center) ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตน์

ศูนย์ทันตกรรม (Dental Center) 
ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตน์ 
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

เปิดให้บริการ วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 09.00 – 20.00 น.
และวันเสาร์ – วันอาทิตย์ เวลา 09.00 – 16.00 น.
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและทำการนัดหมายล่วงหน้าได้ที่
 โทร. 0 2200 4268 – 9


ศูนย์ทันตกรรม ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตน์ ให้การรักษาทางทันตกรรม
ครบวงจรในทุกสาขาทันตแพทยศาสตร์ มอบความใส่ใจในการบริการที่ตอบสนองความ
ต้องการของผู้มาใช้บริการ ด้วยการรักษาที่เป็นเลิศและได้มาตรฐานตามหลักสากล
โดยคำนึงถึงความสะดวกและให้การรักษาที่ดีที่สุดแก่ผู้มาใช้บริการด้วยทีมทันตแพทย์
ผู้เชี่ยวชาญทางสาขาทันตกรรมเฉพาะทาง ผู้ช่วยทันตแพทย์ และเจ้าหน้าที่พยาบาลที่
มากด้วยประสบการณ์ พร้อมด้วยเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัย ภายใต้บรรยากาศการให้
บริการที่ผ่อนคลาย

Technology

Clon Beam CT Scan Dental Operating Microscope
ศูนย์ทันตกรรม ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตน์
มอบการรักษาทางทันตกรรมด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อ
เพิ่มประสิทธิภาพทางการรักษาและการบริการที่มุ่งเน้นถึง
ผลประโยชน์ของผู้มารับบริการรักษาพยาบาล อาทิเช่น

Cone Beam CT Scan

เครื่องเอกซเรย์ระบบสามมิติ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำ
รังสีวินิจฉัย โดยจะสามารถจำลองลักษณะทางกายวิภาคในรูปแบบ 3 มิติ จึงช่วย
อำนวยความสะดวกและเพิ่มความถูกต้องในการวินิจฉัยโรคในสาขาต่างๆ ของงาน
ทันตกรรมที่มีความซับซ้อนทางการรักษา ไม่ว่าจะเป็นงานทันตกรรมรากเทียม การจัดฟัน
การผ่าตัดในขากรรไกร และอื่นๆ

Dental Operating Microscope
กล้องจุลทรรศน์ในงานทันตกรรม สามารถช่วยให้การรักษา
ในบริเวณที่เข้าถึงได้ยากและไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าอย่าง
แม่นยำเป็นไปได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังช่วยรักษาให้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น

Digital X-Ray
การวินิจฉัยด้วยเครื่อง X-Ray ระบบดิจิตอลนั้น ช่วยลด
ปริมาณรังสี รวมทั้งอำนวยความสะดวกในการส่งภาพ X-Ray ไปยัง
ห้องที่กำลังทำการรักษาอยู่ได้ทันที

Intra Oral Digital Camera
กล้องถ่ายภาพภายในช่องปาก สามารถบันทึกและแสดงราย
ละเอียดภายในช่องปากทั้งหมด และจัดเก็บเป็นข้อมูลของคนไข้เพื่อใช้
ในการวางแผนทางการรักษาต่อไป

พื้นที่ให้บริการกับบรรยากาศที่ลงตัว

พื้นที่ให้บริการและทำการรักษาภายในศูนย์ทันตกรรมนั้นถูกออกแบบอย่าง
เป็นสัดส่วนภายใต้บรรยากาศการรักษาที่ผ่อนคลาย นอกจากห้องให้การรักษาแล้ว
ยังประกอบไปด้วย ห้องสำหรับสอนและแสดงวิธีการดูแลสุขภาพภายในช่องปาก
ด้วยตนเอง และห้องพักฟื้นหลังการรักษาอีกด้วย
ศูนย์ทันตกรรม ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตน์ เปิดให้บริการและรักษาฟัน
ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ โดยทำการจัดแบ่งพื้นที่เพื่อการรักษาทันตกรรมในเด็กออกมาเป็น
สัดส่วนซึ่งแวดล้อมไปด้วยบรรยากาศอันอบอุ่นและสีสันที่สวยงาม เช่น สนามเด็กเล่น
และมุมให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพภายในช่องปากและฟันแก่เด็กและผู้ปกครอง

การให้บริการทางการรักษาที่ครบวงจร

  • ทันตกรรมประดิษฐ์
  • ทันตกรรมจัดฟัน
  • ทันตกรรมบูรณะ
  • ทันตกรรมรากเทียม
  • ทันตกรรมศัลยศาสตร์
  • ทันตกรรมปริทันตวิทยา
  • ทันตกรรมคลองรากฟัน
  • คลินิกแก้ไขความผิดปกติของกะโหลกศรีษะ
  • และใบหน้า รวมทั้งภาวะปากแหว่ง เพดานโหว่
  • คลินิกสุขภาพด้านทันตกรรมสำหรับเด็กและผู้ใหญ่

โครงการเบิกจ่ายตรง

โครงการเบิกจ่ายตรง

ผู้มีสิทธิ
ผู้มีสิทธิเข้าร่วมโครงการระบบจ่ายตรงค่ารักษาพยาบาล คือ ผู้ป่วยที่มีสถานะเป็น
ข้าราชการ
ลูกจ้างประจำ
ผู้รับเบี้ยหวัด/บำนาญ ที่มีสิทธิได้รับสวัสดิการรักษาพยาบาลตามพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล
รวมบุคคลในครอบครัวของบุคคลดังกล่าวข้างต้น (บิดา มารดา คู่สมรส และบุตร 3 คน) ทั้งนี้ ไม่รวมถึงข้าราชการส่วนท้องถิ่น พนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือพนักงานองค์กรภาครัฐอื่น ๆ


เอกสารที่ใช้ในการลงทะเบียนเข้าสู่ระบบจ่ายตรงสำหรับผู้ป่วยนอก
1. บัตรประจำตัวประชาชน (ฉบับจริง)
2. บัตรประจำตัวผู้ป่วย (กรณียังไม่เคยมีบัตรโรงพยาบาล ติดต่อขอลงทะเบียนเป็นผู้ป่วยใหม่ได้ที่ ช่องหมายเลข 6 หน่วยลงทะเบียน งานเวชระเบียน อาคาร 1 หรือ ช่องหมายเลข 4 งานเวชระเบียน ชั้น 1 อาคารสมเด็จพระเทพรัตน์ ทุกวันราชการ ตั้งแต่เวลา
07.00-15.00 น.)
3. สำหรับครอบครัวของผู้มีสิทธิ์ที่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี  ใช้สูติบัตร/ทะเบียนบ้าน/บัตรประจำตัวประชาชน (ฉบับจริง)
 
สถานที่รับลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ
1. ช่องหมายเลข 1-3 หน่วยลงทะเบียน งานเวชระเบียน ชั้น 1 อาคาร 1 ทุกวันราชการ ตั้งแต่เวลา 07.00 – 15.00 น.
โทร. 0-2201-1120
2. ช่องหมายเลข 6 งานเวชระเบียน ชั้น 1 อาคารสมเด็จพระเทพรัตน์ ทุกวันราชการ ตั้งแต่เวลา 07.00 – 15.00 น.
โทร 0-2200-4013-15
 
ขั้นตอนการลงทะเบียนสแกนลายนิ้วมือเข้าร่วมโครงการเบิกจ่ายตรงฯ
1. ผู้ป่วยแจ้งความประสงค์ในการสมัครเข้าร่วมโครงการเบิกจ่ายตรง พร้อมยื่นบัตรประจำตัวประชาชน (ฉบับจริง) และบัตรโรงพยาบาล    
2. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสิทธิจากฐานข้อมูลบุคลากรภาครัฐ ของกรมบัญชีกลาง/กรุงเทพมหานคร
   พบชื่อ – เจ้าหน้าที่พิมพ์ใบสมัคร
   ไม่พบชื่อ – ผู้ป่วยต้องกลับไปติดต่อนายทะเบียนของส่วนราชการที่ตนสังกัดอยู่ เพื่อปรับปรุงข้อมูลในฐานข้อมูลบุคลากรภาครัฐ ของกรมบัญชีกลาง/กรุงเทพมหานคร หลังจากมีชื่อในฐานข้อมูลฯ แล้ว จึงจะทำการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้
3. เจ้าหน้าที่เรียกชื่อผู้ป่วยรับใบสมัคร เพื่อกรอกข้อมูล วัน เดือน ปีเกิด, หมายเลขโทรศัพท์  พร้อมลงลายมือชื่อผู้สมัคร และผู้รับยาแทน
(ถ้ามี) ลงในใบสมัคร และนำใบสมัครไปชำระเงินค่าลงทะเบียน 50 บาท ที่การเงิน
4. ผู้ป่วยคืนใบสมัครให้กับเจ้าหน้าที่ เพื่อตรวจสอบความครบถ้วน ถูกต้องของข้อมูล และบันทึกข้อมูลลงในระบบ ก่อนเรียกชื่อผู้ป่วย  เพื่อสแกนลายนิ้วมือให้ผู้ป่วยและผู้รับยาแทน (ถ้ามี)
5. ผู้ป่วยและผู้รับยาแทน (ถ้ามี) สแกนลายนิ้วมือ เมื่อเจ้าหน้าที่เรียกชื่อ
6. ผู้ป่วยรับบัตรโรงพยาบาล และบัตรประจำตัวประชาชนคืนจากเจ้าหน้าที่ พร้อมรับฟังคำแนะนำใช้สิทธิจากเจ้าหน้าที่
7. ผู้ป่วยสามารถใช้สิทธิเบิกจ่ายตรงได้หลังจากลงทะเบียนสแกนลายนิ้วมือแล้วประมาณ 15-20 วัน
 
คำแนะนำสำหรับผู้ที่ไม่มีชื่อในฐานข้อมูลบุคลากรภาครัฐของกรมบัญชีกลาง/กรุงเทพมหานคร
1. ติดต่อนายทะเบียนของส่วนราชการที่ตนสังกัดอยู่  เพื่อทำการปรับปรุงข้อมูลในฐานข้อมูลให้สมบูรณ์ ถูกต้อง
2. กรณีผู้ป่วยเป็นผู้อาศัยสิทธิ จะต้องแจ้งผู้มีสิทธิให้ไปติดต่อนายทะเบียนของส่วนราชการที่ตนสังกัดอยู่ เพื่อดำเนินการตามข้อ 1
3. หลังจากมีชื่อในฐานข้อมูลฯ ถูกต้องแล้ว จึงจะสามารถลงทะเบียนสมัครเข้าร่วมโครงการเบิกจ่ายตรงฯ ในสถานพยาบาลของทางราชการได้ทุกแห่ง
4. กรมบัญชีกลางจะปรับปรุงข้อมูลที่สมบูรณ์แล้วทุก 15 วัน (วันที่ 4 และ 18 ของเดือน)
 
ข้อควรทราบ
1. ผู้มีสิทธิสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการเบิกจ่ายตรงผู้ป่วยนอกได้มากกว่า 1 โรงพยาบาล โดยไม่จำกัดโรงพยาบาลที่จะสมัคร
2. ข้าราชการที่ไปทำงาน Part-Time ทำให้มีสิทธิประกันสังคมด้วย จะเกิดสิทธิซ้ำซ้อน ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการเบิกจ่ายตรงฯ ได้ ส่วนบุคคลในครอบครัวยังสามารถใช้สิทธิเบิกค่ารักษาจากทางราชการได้โดยไม่ถูกระงับสิทธิ
3. กรณีผู้ป่วยในที่มีฐานข้อมูลสมบูรณ์แล้ว ผู้มีสิทธิ์ไม่ต้องขอหนังสือจากต้นสังกัด สามารถติดต่อได้ที่หน่วยลงทะเบียนผู้ป่วยใน ชั้น 1 อาคาร 4
 
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
  งานเวชระเบียน โรงพยาบาลรามาธิบดี
โทร. 0-2201-1120, 0-2200-4013-15  ทุกวันราชการระหว่างเวลา 07.00-15.00 น.
     กลุ่มงานสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ (กสพ.) กรมบัญชีกลาง
     โทร. 0-2127-7000 ต่อ 4100  Website : www.cgd.go.th
     กรุงเทพมหานคร โทร. 0-2224-4681 หรือ 0-2221-2141-69 ต่อ 1663

ที่มา http://www.ra.mahidol.ac.th

ลิงค์แนะนำ กรมบัญชีกลาง



Subscribe to RSS headline updates from:
Powered by FeedBurner

ลิงค์แนะนำสำนักงานประกันสังคม

กรณีเจ็บป่วยหรือประสบอันตราย
กรณีคลอดบุตร
กรณีทุพพลภาพ
กรณีเสียชีวิต
กรณีสงเคราะห์บุตร
กรณีชราภาพ
กรณีว่างงาน
ผู้ประกันตนโดยสมัครใจ(ม.39)
ผู้ประกันตนนอกระบบ(ม.40)
ตารางเปรียบเทียบสิทธิของผู้ประกันตน ม.33 และ ม.39

เกี่ยวกับประกันสังคม

bullet เกี่ยวกับองค์กร1
bullet กฎหมายและความรู้งานประกันสังคม
bullet คำถามที่พบบ่อย
bullet ลิงค์

สิทธิประโยชน์

bullet กองทุนประกันสังคม
bullet กองทุนเงินทดแทน

กองทุนเงินทดแทน

ค่ารักษาพยาบาลกรณีประสบอันตรายจากการทำงาน
หลักฐานที่ต้องใช้เพื่อขอรับเงินทดแทนจากกองทุนเงินทดแทน
ค่าทดแทนกรณีฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงานภายหลังการประสบอันตราย
ค่าทดแทนกรณีสูญเสียอวัยวะหรือสมรรถภาพในการทำงานของอวัยวะบางส่วน
ค่าทดแทนกรณีไม่สามารถทำงานได้ติดต่อกันเกิน 3 วันขึ้นไป

ตรวจสอบข้อมูลประกันสังคม

bullet ข้อมูลทั่วไป
bullet สำหรับผู้ประกันตน
bullet สำหรับสถานประกอบการ
bullet สำหรับสถานพยาบาล

ข่าวสารและความเคลื่อนไหว

bullet ข่าวประชาสัมพันธ์
bullet ประกาศจัดซื้อจัดจ้าง (ส่วนกลาง)
bullet รับสมัครบุคลากร
bullet วารสารประกันสังคม
bullet บทความประกันสังคม

บริการอิเล็กทรอนิกส์
 |
ข้อมูลสารสนเทศ

bullet ข้อมูลสถิติ
bullet รายงาน
bullet การลงทุนกองทุนประกันสังคม

ร้องเรียนร้องทุกข์

เอกสารแนะนำ – ตารางแพทย์ หน่วยตรวจผู้ป่วยนอกพิเศษศัลยกรรมและกระดูก

Surgery & Orthopaedics Clinic
ศัลยกรรมและกระดูก
อาคารสมเด็จพระเทพรัตน์ ชั้น 4 โซน T
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

ดาวน์โหลดเอกสารแนะนำ -ตารางแพทย์

เอกสารแนะำนำ / ตารางแพทย์ หน่วยตรวจผู้ป่วยนอกพิเศษ โสต ศอ นาสิก

เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการรับบริการ ท่านสามารถโทรศัพท์
มานัดหมายล่วงหน้าได้ที่หน่วยตรวจผู้ป่วยนอกพิเศษ โสต ศอ นาสิก
ชั้น 4 ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตน์ โทร. 0-2200-4249-50
ขั้นตอนการรับบริการในวันที่นัดหมาย

เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการรับบริการ ท่านสามารถโทรศัพท์
มานัดหมายล่วงหน้าได้ที่หน่วยตรวจผู้ป่วยนอกพิเศษ โสต ศอ นาสิก
ชั้น 4 ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตน์ โทร. 0-2200-4249-50

1. ยื่นบัตรนัด/บัตรโรงพยาบาลก่อนเวลานัด 10-15 นาที
2. ลงทะเบียนที่เคาน์เตอร์ Q3 พร้อมรับบัตรบริการ (Service Card)
3. นั่งรอเชิญเข้าชั่งน้ำาหนัก วัดความดัน
4. รอเชิญเข้าพบแพทย์ตามเวลาที่นัดหมาย
   (ลำาดับในการเข้าตรวจจะใกล้เคียงกับเวลานัด)
5. รับบัตรนัดหลังตรวจ ใบแจ้งค่ารักษา ใบสั่งยา ที่ี่เคาน์เตอร์ Q4
6. รอรับยา และ/หรือ เวชภัณฑ์ทางการแพทย์
   และชำาระเงินที่การเงินชั้น 4