หมวดหมู่: สิทธิประโยชน์

ประกันสังคม กรณีคลอดบุตร

A18072012192707

หลักเกณฑ์และเงื่อนไข

เมื่อผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบครบ 7 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนเดือนคลอดบุตร มีสิทธิเบิกค่าคลอดบุตรได้ คำว่า 7 เดือน ภายใน 15 เดือน คือ เดือนที่คลอดบุตรไม่นับสิทธิ การนับจะนับย้อนหลังไป 15 เดือน (1 ปี 3 เดือน) มีเงินสมทบครบ 7 เดือน
Read More

สิทธิผู้ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ 10 ประการ

 

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.)


1) สิทธิ ที่จะได้รับข้อมูลข่าวสาร รวมทั้งคำพรรณาคุณภาพเกี่ยวกับบริการรถโดยสาร รวมทั้งความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยที่ถูกต้องเป็นจริง ครบถ้วน

2) สิทธิ ที่จะได้รับความเป็นธรรมในด้านสัญญา และราคาค่าบริการ

3) สิทธิ ในการเลือกใช้บริการรถโดยสารด้วยความสมัครใจ และปราศจากการชักจูงอันไม่เป็นธรรม

4) สิทธิ ที่จะได้รับความปลอดภัยในทุกๆด้านจากการใช้บริการรถโดยสาร

5) สิทธิ ที่จะได้รับการบริการจากรถโดยสารและผู้ให้บริการที่มีคุณภาพมาตรฐาน

6) สิทธิ ในการร้องเรียน หรือฟ้องร้องเพื่อให้ผู้ให้บริการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขปัญหา เยียวยา หรือชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้น

7) สิทธิ ที่จะได้รับการชดใช้ความเสียหายทั้งทางร่างกาย อนามัย เสรีภาพ ทรัพย์สิน หรือสิทธิอื่นๆที่ถูกละเมิด

8) สิทธิ ที่จะได้รับการชดใช้ความเสียหายจากการประกันภัยโดยไม่มีการประวิงเวลา หรือ บังคับให้ประนีประนอมยอมควา

9) สิทธิ ที่จะได้รับการชดใช้ความเสียหายด้วยหลักแห่งพฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิด

10) สิทธิ ที่จะรวมตัวกันเพื่อพิทักษ์สิทธิของตนและผู้อื่น

http://goo.gl/oCBlkD

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
Foundation for Consumers
www.consumerthai.org

10 คำถามกับโครงการฝากครรภ์ฟรี ให้หญิงตั้งครรภ์ไทยทุกคน

bb

 

หลังจากที่รัฐบาลได้ออกโครงการฝากท้องทุกที่ ฟรีทุกสิทธิ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2556 ก็ได้มีคำถามจากคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์และที่เพิ่งคลอดบุตรไปแล้ว เราจึงได้รวบรวมคำถามและคำตอบเอาไว้เพื่อเข้าใจสิทธิประโยชน์ของคุณRead More

สิทธิบัตรทอง คุ้มครองรักษาผู้ป่วยโรคไต ต่อชีวิตใหม่

ปัจจุบัน ผู้มีสิทธิบัตรทอง หรือบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า ได้รับสิทธิเพิ่มเติมในการบริการทดแทนไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ด้วยวิธีการผ่าตัดปลูกถ่ายไต (Kidney Transplantation หรือ KT การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis หรือ HD) และล้างไตผ่านทางช่องท้องอย่างต่อเนื่อง (Continuous Ambulatory Peritoneal Dialysis หรือ CAPD ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดีข้อด้อยที่แตกต่างกัน
Read More

ผู้ประกันตนป่วยเป็นโรคไต ได้สิทธิประโยชน์อย่างไรบ้างจาก สปส.

tai

“โรคไต” เป็นโรคที่ผู้ป่วยต้องรับภาระค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งเป็นเงินจำนวนมาก แต่สำหรับท่านใดที่จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมและมีสถานะเป็นผู้ประกันตน จะได้รับคุ้มครอง ในกรณีที่ป่วยเป็นโรคไตด้วยRead More

10 ก.พ.

ตรวจสอบสิทธิการรักษาของตน ผ่านระบบออนไลน์

บริการออนไลน์ด้านบริการสุขภาพสำหรับประชาชน

Read More

ยานอกบัญชีคืออะไร?

drugยานอกบัญชีคือรายการยาที่ไม่ได้อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ เป็นยาเดิมที่มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบเล็กน้อย หรือนำเคมีหลักการต่อเติมสารอื่นเพิ่มเติมเข้าไป เพื่อให้เกิดความใหม่เทียมและหวังผลด้านการค้าเป็นสำคัญ ยาใหม่แต่ละตัวนั้นจะมีการทำการทดลองในมนุษย์และสรุปผลออกมา หรือเป็นยาที่ยังอยู่ในระหว่างการค้นคว้าวิจัย ยาที่ไม่มีผลการรักษาที่แน่ชัดโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ป่วยชาวผิวเหลืองRead More

บุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนคือใคร ? มีสิทธิแค่ไหนในประเทศไทย ?


บุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนคือใคร ?

บุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน ก็คือ บุคคลที่รัฐไทยรับฟังว่า ยังพิสูจน์สถานะทางกฎหมายว่าด้วยสิทธิในสัญชาติไม่ได้ หรือพิสูจน์ได้แล้วว่า เป็นคนต่างด้าวก็ยังส่งกลับประเทศต้นทางไม่ได้Read More

แบบฟอร์มกลางเพื่อใช้ในการประกัน

ด้วยปรากฏว่าแบบฟอร์มที่บริษัทประกันภัยต่าง ๆ ใช้อยู่ในปัจจุบันมีหลากหลาย ทำให้เกิดความสับสนในด้านเนื้อหาและรายละเอียดเป็นอย่างมากRead More

สิทธิในการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของคนต่างด้าว ที่นายจ้างคนไทยควรต้องรู้

ลดปัญหาด้านสุขภาพ ลดปัญหาค่ารักษาพยาบาล ลดปัญหาของนายจ้าง ลูกจ้างต่างด้าวได้รับการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่องไม่แตกต่างจากคนไทยอยู่ใน”สิทธิขั้นพื้นฐาน” ตามกฎหมายระหว่างประเทศ ต้องให้ลูกจ้างซื้อ “บัตรประกันสุขภาพสำหรับแรงงานต่างด้าว”


หลายคน คงอาจเคยตั้งข้อสงสัย และสนใจเกี่ยวกับกฎหมายระหว่างประเทศข้อหนึ่งนั่นคือ “สิทธิในการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของคนต่างด้าว” ว่า “สิทธิขั้นพื้นฐาน” ที่พึงได้รับไม่ว่าจะต่างกันด้วยชาติกำเนิดจะรับการปฏิบัติเสมอกันจริงหรือไม่ เพียงใด หากเป็นเพราะเขาเป็นคนต่างด้าว เขามีสิทธิที่จะเข้ารับรักษาให้สถานบริการทางสาธารณสุขหรือไม่? และหากมีสิทธิ พวกเขาเหล่านั้นจะได้รับความคุ้มครองเพียงใด?

สิทธิมนุษยชนเป็นกฎหมายระหว่างประเทศที่มีความสำคัญต่อการให้การรับรองและคุ้มครองสิทธิของมนุษย์ทุกรูปทุกนาม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคคลต่างด้าวที่ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งส่วนมากเข้ามาในประเทศไทยเพื่อใช้แรงงานและบางส่วนเข้ามาประกอบธุรกิจหรือการค้า ปัญหาสำคัญคือการให้ความคุ้มครองสิทธิแก่คนต่างด้าวนั้นเป็นหน้าที่ของรัฐเจ้าของดินแดนหรือไม่

เหตุใดจึงต้องให้สิทธิในการเข้าถึงบริการสาธารณสุขแก่คนต่างด้าว?

สิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะสิทธิในสุขภาพของบุคคลนั้นมีความสำคัญยิ่งในการสร้างเสริมและพัฒนาบุคคลิกภาพให้มนุษย์มีความสมบูรณ์ทั้งทางกายและใจยิ่งขึ้น อันจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆด้วย อย่างไรก็ตามหากเป็นสิทธิมนุษยชนหรือสิทธิขั้นพื้นฐานที่มนุษย์พึงมีพึงได้นั้น โดยเฉพาะสิทธิในการเข้าถึงบริการสาธารณสุขซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสิทธิในสุขภาพ(Right to health) ถือว่าเป็นวัตถุประสงค์หลักขององค์การอนามัยโลก(World Health Organization) ที่ว่า “Health for all” ซึ่งหมายถึงสุขภาพดีถ้วนหน้าไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติก็ตาม กล่าวคือไม่เลือกปฏิบัติด้วยเหตุสัญชาตินั่นเอง

บทนิยามศัพท์
ประชาชน(People)  หมายถึง บุคคลที่มีสิทธิอาศัยในประเทศไทย อันหมายรวมถึงบุคคลไร้สัญชาติด้วย
คนต่างด้าว(Aliens) ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน พ.ศ. 2525 หมายถึง ชาวต่างประเทศที่มีถิ่นฐานอยู่อีกประเทศหนึ่ง ส่วนตามตามพ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ. 2508 คนต่างด้าว หมายถึง ผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทย จึงพอสรุปได้ว่า คนต่างด้าวเป็นถ้อยคำว่าใช้กันทั่วไปเป็นคนไทยรวมๆ ที่ใช้เรียกบุคคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย ดังนั้นคำว่าคนต่างด้าวจึงน่าจะหมายรวมถึง:

     1.)คนไร้สัญชาติ (Nationaliltyless Persons) หมายถึง บุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทยและ ไม่ปรากฎต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐไทยว่ามีสัญชาติรัฐอื่น กล่าวคือ เป็นบุคคลที่ไม่มีสัญชาติของรัฐใดเลย ภายหลังจากการพิจารณากฎหมายว่าด้วยสัญชาติของรัฐที่มีจุดเกาะเกี่ยวโดยแท้จริง(Genuine Link) กับบุคคลนั้นแล้ว ไม่สามารถที่จะกล่าวอ้างหรือเรียกร้องสิทธิใดๆ จากรัฐได้ เว้นแต่ว่ารัฐนั้นจะยอมรับที่จะให้ “สิทธิอาศัย”

       2)คนไร้รัฐ (Stateless Person) หมายถึง บุคคลที่ไม่มีข้อเท็จจริงอันทำให้ได้รับสัญชาติของรัฐใดเลยและในขณะเดียวกันก็ไม่ได้รับอนุญาตให้มีสิทธิอาศัยในรัฐใดเลยเช่นกัน อันทำให้บุคคลเหล่านี้ไม่อาจตั้งบ้านเรือนถิ่นฐานได้โดยชอบด้วยกฎหมายในที่ใดๆ ในโลกใบนี้ และเป็นคนเข้าเมืองผิดกฎหมายสำหรับรัฐทุกรัฐ กล่าวคือเป็น”คนต่างด้าว” (Aliens) สำหรับทุกรัฐที่ไม่มีรัฐเจ้าของสัญชาติ  (State of Nationality) และไม่มีรัฐเจ้าของภูมิลำเนา(State of Domicile)

      3)ชนกลุ่มน้อยที่เป็นคนต่างด้าวหมายถึง คนต่างด้าวที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอนุญาตโดยอนุมัติของคณะรัฐมนตรีให้เข้ามาในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองและกระทรวงมหาดไทยได้จัดทำระเบียนประวัติและบัตรประจำตัวไว้

  สิทธิในสุขภาพ(Right to health) หมายถึง ประโยชน์อันพีงได้รับการรับรองและคุ้มครองในการมีสุขภาพอนามัยดี โดยรัฐมีหน้าที่ในการทำให้บุคคลเข้าถึงมาตรฐานในการดูแลสุขภาพอนามัย ในสิ่งอำนวยความสะดวก สินค้า บริการ ตลอดจนเงื่อนไขที่จำเป็น สิทธิดังกล่าวรวมถึงสิทธิในการดูแลสุขอนามัย(Health Care) และสิทธิในการเข้าถึงบริการสาธารณสุข      

     สิทธิในการเข้าถึงบริการสาธารณสุข หมายถึง ประโยชน์ที่กฎหมายรับรองบุคคลให้สามารถอุปโภคความมีสุขภาพดีไม่ว่าจะเกิดจากความเจ็บป่วยหรือไม่ กล่าวคือ เพื่อป้องกัน เช่น การหยอดวัคซีนโปลิโอให้เด็กทารกแรกเกิด เป็นต้น และเพื่อเยียวยารักษาภายหลังเกิดโรค โดยรัฐมีหน้าที่ในการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการสุขภาพขั้นพื้นฐานให้บุคคลสามารถเข้าใช้บริการดังกล่าวได้โดยสะดวกเพื่อสุขภาพอนามัยที่ดี  

เหตุที่รัฐต้องให้สิทธิในการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของคนต่างด้าว

          ประการแรก เป็นไปตามกฎหมายสิทธิมนุษยชน ที่รัฐมีพันธกรณีที่ต้องปฏิบัติตามไม่ว่าตามกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศหรือกฎหมายสนธิสัญญา ที่ให้การยอมรับว่าบุคคลทุกคนไม่ว่าสัญชาติใดๆ ย่อมมีความเท่าเทียมกันและไม่เลือกปฏิบัติในการได้รับการดูแลด้านสาธารณสุขขั้นมูลฐาน  เช่น สิทธิในการได้รับการดูแลมาตรฐานทางสุขภาพ สิทธิในการเข้ารักษาพยาบาล สิทธิในการประกันสังคม สิทธิของมารดาและสิทธิของเด็ก

          ประการที่สอง เป็นการดำเนินนโยบายเชิงป้องกันในด้านสาธารณสุขภายในรัฐ กล่าวคือ การให้การดูแลและรักษาพยาบาลคนต่างด้าว  ประโยชน์โดยตรงที่จะได้รับคือ การหายจากอาการป่วยและสามารถปฏิบัติงานได้ตามปกติ ทั้งยังไม่ก่อให้เกิดโรคติดต่อด้วย

          ประการที่สาม  เป็นการวางกรอบแนวคิดเกี่ยวกับการกำหนดสถานภาพบุคคลโดยคำว่า “สัญชาติ” ซึ่งอาจจะล้าสมัยไปแล้วในสังคมปัจจุบัน เนื่องจากการเปิดตลาดเสรี ส่งผลให้ตลาดการค้าขายใหญ่ ดังนั้น บุคคลที่ได้ชื่อว่าอาศัยอยู่ในรัฐไม่ว่าสัญชาติใด พึงได้รับความคุ้มครองสิทธิตามกฎหมายในด้วย โดยเฉพาะสิทธิขั้นพื้นฐาน

ดังนั้น ไม่ใช่เพียงรัฐเท่านั้นที่จะช่วยส่งเสริมสุขภาพอนามัยที่ดีของประชาชนในประเทศที่รวมถึงคนต่างด้าวที่อาศัยในประเทศไทยด้วย ตามสิทธิขั้นพื้นฐานที่เขาพึงได้รับ แต่เป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนพึงตระหนักถึงความสำคัญในการรับรองสิทธิดังกล่าวโดยปรับเปลี่ยนทัศนคติใหม่ว่า คนต่างด้าวนั้นเป็นมนุษย์คนหนี่งและเป็นประชาชนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยที่พึงได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานในการเข้าถึงบริการสาธาณสุขขั้นต่ำจากรัฐ

นโยบาย ขายประกันให้คนต่างด้าว   
กระทรวงสาธารณสุข ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีให้ดูแลสุขภาพแก่แรงงานต่างด้าวและครอบครัวที่ไม่อยู่ในระบบประกันสังคม เช่น ผู้ใช้แรงงานในภาคเกษตร ประมง รับใช้ตามบ้านเรือน รวมทั้งครอบครัวของผู้ใช้แรงงาน ซึ่งคาดว่าจะมีประมาณ 2 ล้านคน โดยจะขายบัตรประกันสุขภาพ และตรวจสุขภาพ ส่วนเด็กจะขายในราคาถูกมากเพียง 365 บาทต่อปี หรือเฉลี่ยวันละ 1 บาท แต่จากการขายบัตรประกันสุขภาพรอบแรกในช่วง 15 มกราคม-14 เมษายน 2556 พบว่ามีต่างด้าวซื้อบัตรประกันสุขภาพน้อยมากเพียง 18,413 คน หรือประมาณร้อยละ 2 เท่านั้น จะต้องเร่งขอความร่วมมือทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องช่วยกันกระตุ้นเรื่องนี้ เนื่องจากหากต่างด้าวไม่เข้าสู่ระบบการรักษาพยาบาล อาจเกิดปัญหาการป้องกันควบคุมโรคยากลำบากขึ้น และไม่สามารถวางแผนการคุมกำเนิดของต่างด้าวได้ จากข้อมูลในปี 2547-2552 พบว่ามีต่างด้าวตั้งครรภ์และคลอดบุตรในไทยปีละ 10,000–20,000 คน คาดว่าขณะนี้ไทยมีเด็กไร้สัญชาติราว 400,000–500,000 คน นอกจากนี้ ยังมีปัญหาการอุ้มแบกภาระค่ารักษาของโรงพยาบาลอีกด้วย

ในการขายบัตรประกันสุขภาพสำหรับแรงงานต่างด้าว จะแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

1.กลุ่มต่างด้าวที่อยู่ในระบบประกันสังคม จะมีค่าตรวจร่างกาย  ค่าประกันสุขภาพและค่าส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคที่คุ้มครอง 3 เดือนระหว่างรอสิทธิประกันสังคม

2.กลุ่มนอกระบบประกันสังคม ได้แก่ แรงงานภาคเกษตร ประมง รับใช้ตามบ้านเรือน ครอบครัวของผู้ใช้แรงงาน จะมีค่าตรวจสุขภาพและต้องซื้อบัตรประกันสุขภาพ และ

3.เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี จะต้องซื้อในราคา 365 บาทต่อปี

สำหรับคนต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในไทย ไม่นับรวมผู้ที่เดินทางเข้ามาแบบเช้าไปเย็นกลับและแรงงานที่อยู่ในระบบประกันสังคม จะใช้ระบบประกันสุขภาพทั้งหมด โดยจะขยายระบบครอบคลุมทั้งแรงงาน ผู้ติดตามและลูก คาดว่าภายในเดือนพฤษภาคม 2556 จะสามารถดำเนินการให้หลักประกันสุขภาพกับเด็กต่างชาติด้วย ภายใต้ระบบประกันสุขภาพ คือ ต้องซื้อประกันสุขภาพในราคาที่ถูกมาก เบื้องต้นมีแนวคิดจะเก็บค่าประกันสุขภาพสำหรับเด็กต่างด้าววันละ 1 บาท ซึ่งไม่ใช่จำนวนเงินที่มากเมื่อเทียบกับครอบครัวที่มีรายได้วันละ 200-300 บาท แต่จะใช้เป็นแรงจูงใจให้เด็กกลุ่มนี้ได้รับการดูแล หรือเก็บเป็นรายครอบครัวที่มีสมาชิก 3 คน 10 บาทต่อวัน แยกเป็นพ่อ 5 บาท แม่ 4 บาท และลูก 1 บาท คิดเป็นเงินต่อปี 3,600 บาท หรือคนละ 1,200 บาทต่อปี โดยจะส่งผลให้ช่วยลดปัญหาสาธารณสุขของประเทศลงได้ส่วนหนึ่ง ป้องกันโรคระบาด เท้าช้าง วัณโรค และซิฟิลิส หากไม่ดำเนินการตรวจโรคและรักษาก็จะเกิดการระบาดในประเทศไทย เพราะคนต่างด้าวทั้งใต้ดินและบนดินมีประมาณ 3-4 ล้านคน

ได้สิทธิไม่แตกต่างจากคนไทย
บัตรประกันสุขภาพนี้ จะทำให้ต่างด้าวได้รับการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่องไม่แตกต่างจากคนไทย ได้รับวัคซีนป้องกันโรคพื้นฐาน การส่งเสริมสุขภาพอื่นๆ การวางแผนครอบครัว เมื่อป่วยสามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตามที่ประกันไว้จนหายขาด ซึ่งโรงพยาบาลในพื้นที่จะมีล่ามช่วยในการสื่อสารกับแพทย์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ทำให้ได้รับบริการอย่างสะดวกและใกล้ที่ทำงาน เมื่อบัตรหมดอายุสามารถซื้อต่อได้อีก และได้รับสิทธิทันที ขณะนี้ อยู่ระหว่างการศึกษาเพิ่มเติมถึงการปรับเพิ่มค่าประกันสุขภาพ เพื่อให้ครอบคลุมยาต้านไวรัสเอดส์ต่อไป

ให้สิทธิ คนต่างด้าวได้ทั้งหมด ไม่เฉพาะถูกกฎหมายเท่านั้น
ครม.ให้สิทธิ สธ.รักษาสุขภาพคนต่างด้าวได้ทั้งหมด ไม่เฉพาะถูกกฎหมายเท่านั้น ซึ่งในการรักษาพยาบาลจะมุ่งเน้นการรักษาและป้องกันโรค สธ.ไม่มีหน้าที่ถามว่าเข้าประเทศมาอย่างไร ทั้งนี้ สามารถซื้อได้ที่โรงพยาบาล เบื้องต้นจะเริ่มจากผู้หญิงต่างด้าวที่มาฝากครรภ์ที่โรงพยาบาล โดยจะถามว่าซื้อประกันสุขภาพให้ลูกหรือไม่ วันละ 1 บาท จากนั้นจะออกเป็นบัตรประจำตัวเด็กที่มีสีแตกต่างกันระหว่างเด็กที่ซื้อและไม่ซื้อหรือใช้วิธีการประทับตรา โดยสิทธิประโยชน์เท่ากับคนไทย

ซื้อบัตรประกันสุขภาพได้ที่ไหน
สามารถโรงพยาบาลของรัฐ  สังกัดกระทรวงสาธารสุข ของแต่ละจังหวัด หรือที่กระทรวงกำหนด
สำหรับในเขตกรุงเทพ ซื้อได้ที่

เมื่อเจ็บป่วย จะเข้ารับการบริการที่ไหน
ผู้ป่วยประกันสุขภาพแรงงานต่างด้าว กรณีอุบัติเหตุฉุกเฉิน ต้องใช้บริการในสถานพยาบาล ที่ขึ้น
ทะเบียนไว้เท่านั้น หากเข้ารับบริการที่สถานพยาบาลที่ไม่อยู่ในโครงการต้องชาระเงินเอง หากเข้ารับ
บริการที่สถานพยาบาลในโครงการในเขตกรุงเทพมหานคร จะต้องมีประสานย้ายกลับรพ.ที่มีสิทธิเนื่องจากหลัง แจ้งเบิกจ่ายตามค่าใช้จ่ายจริง กรณีแรงงานเข้ารับบริการนอกเขตกรุงเทพมหานครพิจารณาเป็นข้ามเขต ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายก่อนเคลื่อนย้ายและค่ารถพยาบาลเอง

http://fwf.cfo.in.th

อื่่นๆที่เกี่ยวข้อง