เพื่อนในเฟซบุ๊คแบบไหนที่ควร Unfriend

1 ต.ค.

เพื่อนในเฟซบุ๊คแบบไหนที่ควร Unfriend

หลายครั้งเราอยากเลิกเป็นเพื่อนกับใครสักคนบน Facebook ไม่ใช่เพราะว่าเราโกรธหรือเกลียดเค้า แต่บางคนก็โพสต์อัพเดทสเตตัสบ่อยเกิน มีทั้งรูป บทความ รายการทีวี ลิงค์หรืออะไรที่ไร้สาระต่างๆ ขึ้นมาในหน้าฟีดเราบ่อยเกินจนทำให้เราพลาดข้อมูลข่าวสารที่น่าสนใจอื่นๆ

เบื้องต้นหากเลือกเลิกเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊คแบบไหนบ้างที่ควรพิจารณา แบบง่ายๆ

  1. คนที่ไม่มีสาระให้น่าติดตาม (วันเอาแต่เชลฟี่ให้คนอื่นดู สวยหล่ออะไรนักหนา ดาราก็ไม่ใช่) แต่ถ้าคบเพราะอารมณ์ขันก็คบไปเถอะ
  2. คนที่ไม่มีปฏิสัมพ้ันธ์ (ไม่รู้จักอะไรกันเลย ไม่เคยเห็นหน้ากันเลย) แต่ถ้ามีไว้แอบส่องก็แล้วแต่คุณเหอะ
  3. เป็นเพื่อนกันแต่ไม่เคยใยดีอะไรเราเลย (ตั้งแต่เปิดเฟสมาหลายปี มีแต่ฉันlikeแก แต่แกไม่เคย likeฉันเลย)
  4. คนคบเราเพือขายของ (คบเราแค่โฆษณา อยากซื้อคนหาเองก็ได้ ในเน็ตมีเยอะแยะ)
  5. คนที่ไม่เคยกดไลท์ใครเลย (คุณยังมีความรู้สึกว่าเป็นเพื่อนอยู่ไหม)
  6. เปิดเฟซเพื่อมาบ่น (เครียดตายเลยถ้ามีเพื่อแบบนี้)
  7. การเมืองสุดๆ (จะพลอยให้ถูกแตกแยก และเครียดไปด้วย หนักไปกว่านั้น เพื่อนเลิกคบกันเพราะการเมืองก็เยอะ)
  8. พวกไม่เคยแสดงหน้าตาที่แท้จริง (แค่นี้ก็แสดงออกถึงความไม่จริงใจ)
  9. มีหลายโปรไฟล์เหลือเกิน (เอาให้แน่ใจก่อนค่อยมาเป็นเพื่อนฉัน)
  10. แฟนเก่าที่เลิกกันแล้ว (จะรู้เรื่องมันไปทำไม)

แต่หากเป็นญาติพี่น้องโดยสายเลือด เพื่อนที่ยังคบอยู่กันอยู่ทุกวันเห็นหน้ากันทุกวันก็ทนไปเถอะคับ เผื่อสักวันมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน

การแก้ปัญหาที่ง่ายที่สุดคือการกดปุ่ม “unfriend” แต่นั่นก็ไม่ใช่ทางแก้ปัญหาที่ดีที่สุด เพราะอาจเกิดปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ในชีวิตจริงต่อ ว่ามากดเลิกเป็นเพื่อนทำไม วันนี้ Dailygizmo ขอแนะนำ 3 วิธีเลิกเป็นเพื่อนบน Facebook แบบขั้นเทพโดยไม่ต้องกดปุ่มอันเฟรนด์

1. สร้างรายชื่อคนรู้จัก (Acquaintances list)

แทนที่เราจะกดเลิกเป็นเพื่อน วิธีที่ดีกว่านั้นเราสามารถสร้างรายชื่อคนรู้จักออกจากเพื่อน เมื่อเราแยกออกไปแล้ว สเตตัสจากคนที่อยู่ในรายชื่อคนรู้จักนี้ก็จะแสดงในหน้าฟีดเราให้เหลือน้อยที่สุด ข้อดีก็คือ คนที่อยู่ในรายชื่อนี้จะไม่รู้ตัวว่าเราได้ย้ายพวกเค้าไปอยู่ในลิสต์นี้ซะด้วยสิ

 

วิธีย้ายรายชื่อง่ายๆค่ะ ทำบนคอมพิวเตอร์ตามนี้เลย

  • เลื่อนเม้าส์ไปยังชื่อคนที่ต้องการบนหน้าฟีดของคุณ
  • จากนั้นจะมีหน้าต่างเล็กๆแสดงลายละเอียดโผล่ขึ้นมา จากนั้นเลื่อนเม้าส์ไปที่คำว่าเพื่อน แล้วกดเปลี่ยนเป็นคนรู้จักแทนเท่านี้ก็เรียบร้อย
  • ถ้าทำผ่านแอปให้เข้าไปที่หน้าโปรไฟล์ของคนคนนั้น แล้วให้กดที่คำว่าเพื่อน > แก้ไขรายชื่อเพื่อน > เลือกรายชื่อคนรู้จัก
  • เสริมอีกนิด ถ้าคุณอยากโพสต์อะไรบน Facebook แล้วไม่อยากให้คนเหล่านี้เห็น ก่อนให้กดตรงคำว่าเพื่อที่อยู่ด้านล่าง แล้วเลือกเพื่อนทุกคนยกเว้น (Friends except) จากนั้นก็เลือกคนที่คุณไม่อยากให้เห็น แล้วค่อยโพสต์ได้เลยค่ะ

2. บล็อคอัพเดทด้วยการเลิกติดตาม

ถ้าคุณไม่อยากเห็นอัพเดทจากคนเหล่านี้ แต่ยังไม่อยากกดเลิกเป็นเพื่อน อีกวิธีที่ทำได้ก็คือกดเลิกติดตาม

 

ทำคล้ายวิธีแรกค่ะ เพียงแค่เปลี่ยนย้ายเม้าส์มากดที่ปุ่มติดตามที่อยู่ข้างๆแทน แล้วเลื่อนไปข้างล่างกดที่คำว่าเลิกติดตาม

ถ้าทำผ่านเแอปบนมือถือ ให้เข้าไปที่หน้าโปรไฟล์ของคนๆนั้น  กดที่คำว่าติดตามที่อยู่ใต้รูป แล้วกดเลิกติดตาม ทีนี้โพสต์ของเพื่อนคนนี้ก็จะไม่โผล่ในหน้าฟีดของคุณอีกเลย

3. ย้ายเพื่อนไปอยู่ในรายชื่อผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาต (Restricted list)

หลายคนมักเพิ่มเจ้านายเป็นเพื่อนตอนที่เข้าทำงานวันแรก แม้อยากจะกดยกเลิกเป็นเพื่อนก็ทำไม่ได้ ไม่ว่าเราจะทำอะไรเจ้านายจะเห็นหมด วิธีแก้ไม่ยากค่ะ แค่ย้ายชื่อเจ้านายไปอยู่ในรายชื่อผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตเท่านี้เอง คนที่ถูกย้ายก็จะไม่รู้ว่าถูกย้าย

เมื่อไปอยู่ในรายชื่อนี้แล้วพวกเค้าจะเห็นแค่โพสต์, ข้อความ, รูปภาพหรือกิจกรรมอื่นๆที่คุณตั้งสถานะเป็น “สาธารณะ” หรือแท็กชื่อพวกเค้าเท่านั้น ถ้าเราตั้งสถานะโพสต์เป็นส่วนตัวเมื่อไหร่ก็จะไม่เห็นทันที

 

หากต้องการเพิ่มบุคคลลงในรายชื่อผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตของคุณ ก่อนอื่นให้ไปที่โปรไฟล์ของบุคคลดังกล่าวก่อน
  • วางตัวชี้เหนือปุ่ม “เพื่อน” ที่ด้านบนสุดของโปรไฟล์
  • คลิก “เพิ่มลงในรายการอื่น”
  • คลิก “ผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาต”

นอกจากนั้นคุณยังสามารถใช้เทคนิคกดเลิกติดตามและเลือกโพสต์ให้เห็นเฉพาะเพื่อนได้อีก ซึ่งจะให้เวลาคุณโพสต์อะไรจะทำให้คนกลุ่มนี้มองไม่เห็น

 

ถ้าเราอยากเช็คว่าเราบล็อกใครบ้าง เผื่อเราจะจะตัดสินใจกดยกเลิกภายหลัง ให้เรากดเข้าไปที่หน้าฟีดบนคอมพิวเตอร์ กดลูกศรมุมขวาบน เลือกที่การกำหนดการลักษณะฟีดข่าว


จากนั้นก็จะมีหน้าต่างใหม่ปรากฎขึ้นมา แล้วกดที่เชื่อมต่ออีกครั้งกับผู้ที่คุณได้เลิกติดตามไป แล้วก็กด + เลือกเพื่อนคนที่ต้องการได้เลยค่ะ

ทั้ง 3 วิธีนี้เป็นเทคนิคง่ายๆที่อยากให้ลองไปใช้กันดูนะ ได้ผลยังไงเม้นท์บอกกันได้นะ

 

error: Content is protected !!