R2R ต่างกับ CQI ตรงไหน

R2R ต่างกับ CQI ตรงไหน

หลายคนคงมีปัญหาสงสัยว่างานที่ทำอยู่เป็นงานวิจัย R2R หรือยัง? หรือหลายคนยังเข้าใจคลาดเคลื่อนว่างานที่ทำอยู่เป็นงานวิจัย R2R แล้วและอกหลายคนกลับยังไม่รู้ตัวว่างานที่ทำอยู่เป็น R2R ได้แล้วหรือเพียงแค่ปรับเปลี่ยนเล็กน้อยเท่านั้น  บทความนี้จะเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและมุมมองให้เห็นความแตกต่างระหว่าง CQI กับ R2R หรือให้เห็นว่าแต่ละชนิดนั้นมีประเด็นที่สำคัญคืออะไร โดยเรามาเริ่มจากคำนิยามในเชิงปฏิบัติของแต่ละอย่าง

Continouns Quality Improvement(CQI)

คำว่า CQI อาจจะแปลตรงตัวเป็นภาษาไทยว่า การพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง มีความหมายในเชิงหลักการหรือในเชิงวิธีการ ใยเชิงหลักการแล้ว CQI จะมีความหมายใกล้เคียง  Total Quality Management (TQM) คือการใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และความคิดสร้างสรรค์ในการปรับปรุงระบบงานเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้รับผลงานอย่างไม่หยุดยั้ง โดยมุ่งไปสู่ความเป็นเลิศ ดังนั้นเราก็น่าจะรู้อยู่แล้วหรือคาดเดาได้ค่อนข้างแน่นอนแล้วว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ต้องดี เพียงแต่ว่าจะดีแค่ไหนเท่านั้นเอง คำนิยามภาษาอังกฤษ ก็มีคนนำเสนอดังนี้

CQI    is  an  analytical  decision  making  tool  which  allows   you  to  see  when  a  process  is working  predictably  and  when  it  is  not. Variation  is  present  in  any  process, deciding  when  key  to quality  control.

(เป็นเสมือนเครื่องมือสำหรับช่วยการวิเคราะห์ตัดสินใจในกระบวนการทำงานที่สามรถคาดการณ์ล่วงหน้าไว้ได้ เนื่องจากมีความหลากหลายของกระบวนการทำงาน  จึงเป็นปกติอยู่องที่จะต้องมีการตัดสินใจอยู่เสมอว่าจะเลือกแบบไหนที่เหมาะสม ที่ดีที่สุดมาใช้ หรือแก้ไขกระบวนการใดเพื่อให้ได้คุณภาพที่ต้องการมากที่สุด)

ขั้นตอนของ CQI

ขั้นตอนของการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่องคือการใช้แนวคิด Plan-Do-Check-Act (PDCA)คล้ายกับการออกแบบทดลองหรือกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เข้ามาใช่ร่วมกับความคิดสร้างสรรค์

Plan คือการวางแผนทำเพื่อแก้ปัญหาโดยอาศัยข้อมูลที่มี
Do คือการนำความคิดดังกล่าวไปปฏิบัติ
Check คือการวัดผลการปฏิบัติดังกล่าว
Act คือการนำผลไมปฏิบัติในชีวิตประจำวันอย่างสม่ำเสมอ

ในขั้น  Plan นั้นอาจจะมีรายละเอียดเพิ่มขึ้นเพื่อให้กำหนดความคิดที่แก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสม ได้แก่

1.การวิเคราะห์สภาพปัญหา ว่าปัญหาเกิดขึ้นที่ไหน เมื่อไร กับใคร อย่างไร มีกระบวนการอะไรที่เกี่ยวข้อง
2.การวิเคราะห์ระดับของปัญหา สามารถวัดข้อมูลที่สะท้อนระดับของปัญหาได้ด้วยวิธีใด
3.การวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา อะไรคือสาเหตุหลักของการเกิดปัญหา สามารถวิเคราะห์ถึงสาเหตุรากเหง้าได้หรือไม่ มีข้อมูลประกอบหรือไม่ว่าสาเหตุใดเป็นสาเหตุสำคัญ
4.การวิเคราะห์ทางเลือกในการแก้ปัญหา เป็นการนำสาเหตุ รากเหง้าที่สำคัญมาวิเคราะห์ว่าจะลดหรือขจัดออกไปได้อย่างไร โดยอาศัยแนวคิดเชิงกลยุทธ์และความคิดสร้างสรรค์ประกอบกัน ทางเลือกในการแก้ปัญหาอาจมีหลายทางเลือก  อาจจะใช้ร่วมกัน หรืออาจจะต้องวิเคราะห์เปรียบเทียนเพื่อเลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง เมื่อได้ทางเลือกแล้ว ยังต้องวิเคราะห์ที่แรงหนุนและแรงต้านของผู้เกี่ยวข้องเพื่อวางแผนลดแรงต้านและใช้แรงหนุนให้เป็นประโยชน์

ขั้นตอนข้างต้นนี้เป็นกระบวนการสากลซึ่งปรากฏอยู่ในการพัฒนาหรือการแก้ปัญหาทุกเรื่องการดูแลรักษาผู้ป่วย ประกอบด้วยการประเมินปัญหาของผู้ป่วย การวิเคราะห์สาเหตุ การสั่งการรักษา การติดตามประเมินผล รูปแบบนี้มีองค์ประกอบสำคัญ 2 ส่วนคือ

1.คำถามพื้นฐาน 3 ข้อ ซึ่งอาจจะสลับคำถามข้อใดก่อนก็ได้  ได้แก่
ตั้งเป้า (Set aim) อะไรคือสิ่งที่เราพยายามจะทำให้เสร็จ
เฝ้าดู(establish measure)  ใช้ตัวชี้วัดใดบอกว่าผลดีขึ้น
ปรับเปลี่ยน(develop changes) การเปลี่ยนแปลงใดบ้างที่จะทำให้คุณภาพดีขึ้น
2.การนำวงล้อ  PDCA หรือ PDSA โดย  S หมายถึง  study มาศึกษาทางเลือกในการเปลี่ยนแปลง
Plan กำหนดวัตถุประสงค์ของการทดสอบ,คาการณว่าจะเกิดอะไรขึ้น พร้อมทั้งเหตุผล,จัดทำแผนการทดสอบ
Do ดำเนินการทดสอบ,บันทึกปัญหาและสิ่งที่ไม่คาดว่าจะเกิดขึ้น
Study
Act สรุปผลว่าควรมีการปรับเปลี่ยนอย่างไร,เตรียมแผนสำหรบการทดสอบรอบต่อไป

นอกจากการจำ PDSA, PDCA แล้วยังมีผู้คิดคำย่ออื่นๆอีก เช่น FOCUS ดังนี้

F         Find  a  process  that  needs improvement (หากกระบวนการที่จะมาใช้ปรับปรุงคุณภาพ)
O        Organize  a  team  knowledgeable about the process(มีการบริหารจัดการทีมด้วยความรู้ตามหลักวิชาการ
C         Clarity the knowledge about the process(ระบุกระบวนการการแก้ปัญหาให้ชัดเจนตามหลักวิการ
U         Understand  the  causes  of  variations in  the  process(ศึกษาให้เข้าใจสาเหตุและความหลากหลายของปัญหาและกระบวนการแก้ปัญหา
S         Select the improvement(เลือกสิ่งที่ต้องการพัฒนาและวัดผล)
R2R กับ CQI เหมือนและแตกต่างไฉน ?

ต่อไปนี้เป็นการรวบรวมผลการสำรวจความเห็นจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับความเห็นในประเด็นนี้รวมถึงเรื่อง Knowledge  management (KM)ด้วยจากคนหลากหลายที่ เขียนลงใน internet ดังนี้

R2R ต้องผ่านคณะกรรมการวิจัย,ต้องใช้ระเบียบวิธีวิจัย,ต้องพิสูจน์ให้ได้หลักฐานเชิงประจักษ์
เป็นอะไรที่คล้ายคลึงกัน แต่ต่างกันที่ การทบทวนของ CQI จะน้อยกว่า การเก็บข้อมูลจะมีความน่าเชื่อถือน้อยกว่า แต่มีความรวดเร็วในการแก้ปัญหาเฉพาะ ส่วนงานวิจัยมีการทบทวนวรรณกรรมมากว่า จีการบริหารจัดการที่เป็นระบบมากกว่า CQI, KM   และต้องมีแนวคิด,ทฤษฎีมาอ้างอิงที่ชัดเจนกว่า (ขั้นสูงกว่า CQI, KM)  สามารถลงวารสารที่รับตีพิมพ์มีประโยชน์เชิงวิชาชีพ มีการรับรองทางจริยธรรม
สัมพันธ์กันโดยต่างกันก็เป็นเรื่องการจัดการความรู้
R2R  ต่างจาก CQI , KM ที่การเก็บข้อมูล  R2R ต้องมีการจัดทำข้อมูล  ค้นคว้างานที่เกี่ยวข้องมากกว่า
R2R  ต้องมาจากปัญหาในหน่วยงาน ทำเพื่อพัฒนางานแล้วนำมาใช้ในหน่วยงาน, ส่วน KM ใช้ได้เลย ไม่ต้องทำวิจัย,CQI เป็นพื้นฐานในการทำ R2R
ต่างกัน  KM เป็นเครื่องมือในการได้มาซึ่ง CQI และเมื่อได้  CQI แล้วเก็บข้อมูลเพื่อทำเป็น R2R     KM   เป็นการนำความรู้จาก CQI มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทำงานและผลการศึกษา สัมพันธ์กันคือ R2R เป็นส่วนหนึ่งของ CQI โดยใช้ KM เป็นกระบวนการหนึ่งเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ขึ้น
R2R คือ กระบวนการคิดอย่างเป็นระบบมีรูปแบบชัดเจน มีข้อมูลอ้างอิงประกอบ มีคำตอบโดยใช้หลักวิทยาศาสตร์ ส่วน CQI เป็นการพัฒนางาน
R2R เกิดจาก CQI ได้ผลลัพธ์แล้ว KM
R2R ต้องใช้ระเบียบวิธีวิจัย แก้ปัญหาจากงานประจำ ต่อยอดจาก CQI และKM
CQI ใช้PDCA ส่วนKM นำองค์ความรู้เดิมมาใช้
R2R เกิดองค์ความรู้ใหม่ๆที่นำไปใช้ในงานประจำได้
R2R  มีระเบียบวิธีวิจัย และมีการรวบรวมสถิติข้อมูล เป็นระบบ R2R
R2R  เป็นการทำงานประจำสู่งานวิจัย ต้องมีคำถามวิจัย คือสิ่งที่เราอยากทำให้เกิดความรู้ใหม่ ส่วน CQI คือการทำงานและพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ KM เป็นการนำความรู้สู่การปฏิบัติ
R2R ต่างกัน CQI และ KM ดังนี้ ต่างจาก CQI เนื่องจาก R2R เป็นการใช้ระเบียบวิธีวิจัย แต่ CQI ไม่ต้องใช้ระเบียบวิธีวิจัยก็ได้
R2R ต่างจาก CQI แต่มีกระบวนการของการวิจัยที่รูปแบบคล้ายกัน แต่ R2R ได้ผลที่น่าเชื่อถือ ไม่ใช่แค่ผลสำเร็จเหมือน CQI
ไม่ต่างกัน เพราะทำให้เราฉลาดและแก้ปัญหาได้อย่างเป็นระบบ
R2R คือ กรเรียนรู้อย่างเป็นระบบ ซึ่งมี CQI และKM เป็น ส่วนประกอบ
R2R ,KM, CQI  มีความสัมพันธ์ในลักษณะเป็นวงจร ที่ทิศทางมุ่งพัฒนางานให้ดีขึ้น ต่างกันที่ระเบียบวิธีวิจัย  R2R สามารถให้  CQI  และ KM มาทบทวนพัฒนาต่อยอด
จากการมองภาพรวมเครื่องมือ 2 ชนิด ดังกล่าวข้างต้น จึงพอสรุปได้ดังนี้

สิ่งที่แตกต่าง

CQI  น่าจะเป็นกระบวนการปฏิบัติทีคาดการณ์ได้ว่าจะทำให้ดีขึ้นเสมอ  ตามชื่อที่ตั้งขึ้น โดยการรวบรวมข้อมูลและองค์ความรู้ที่มีอยู่แต่ R2R  เป็นกระบวนการวิจัย เป็นการสร้างองค์ความรู้ใหม่ผลการศึกษาเป็นไปได้ทั้งบวกและลบหรือไม่เปลี่ยนแปลงก็ได้ กระบวนการวิจัยจะเป็นตัวตอบสมมุติฐาน  เมื่อพิจารณาดูแล้ว R2R น่าจะเป็นการ uprgade งาน CQI ขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง
R2R น่าจะทำได้ยากหรือซับซ้อนกว่า CQI เพราะมีระเบียบวิจัยที่เป็นสากลเป็นตัวกำหนด ว่าผลจะเชื่อจะเชื่อถือได้มากน้อยเพียงใด
R2R มีคำถามวิจัยที่ชัดเจน แต่ CQI อาจจะเป็นแค่จุดมุ่งหมายหรือผลสำเร็จที่คาดหวังอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่ทราบจำนวนเท่าไร จะถึงเป้าหมายที่กำหนดหรือไม่
R2R  เน้นความสุขของผู้ปฏิบัติงานเป็นหลัก  และมีผลพลอยได้เป็นงานวิจัย ส่วน CQI เน้น ผลงานทีได้เป็นหลัก เพื่อได้ตัวชี้วัดที่บ่งบอกลงานที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้น ผู้ปฏิบัติอาจจะคิดว่าเป็นภาระงานก็ได้
สิ่งที่เหมือน

มีกระบวนการที่คล้ายกัน โดยเริ่มจากมองหาปัญหาและวางแผน มีการทบทวนความรู้หรือวรรณกรรม มีการดำเนินการหรือการทำวิจัยศึกษามีการสรุปผลและนำไปประยุกต์ใช้
เป้าหมายหลักเพื่อการพัฒนางานให้มีคุณภาพสู่ความยั่งยืนเหมือนกัน
เกิดการทำงานเป็นทีม
คิดว่าเราคงพอจะเห็นประเด็นเด่นๆของ CQI และ R2R กันบ้างอย่างไรก็ตาม ในกระบวนการของการพัฒนาคุณภาพ เราส่งเสริมให้มีการใช้เครื่องมือทั้งสองอย่าง เพียงแต่ว่ารู้จักใช้ให้เหมาะสมเท่านั้น