มาทำความสะอาดรถ ขจัดกลิ่นอับในรถ กันเถอะครับ..

มาทำความสะอาดรถ ขจัดกลิ่นอับในรถ กันเถอะครับ..

  ไม่มีหมวดหมู่ admin


กลิ่นในรถจัดการได้


การแก้กลิ่นเหม็นอับในรถ ถ้าแก้ไขไม่ถูกจุดอันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะการใช้น้ำหอมปรับอากาศหรือการบูร สองสิ่งนี้ถ้าได้รับความร้อนจัดๆ จะเกิดการระเหยของสารเคมีวนเวียนอยู่ในรถ โดยจะเกาะตามมุมตามขอบต่างๆ เมื่อเปิดแอร์เป่าทุกวันมันจะกลายสภาพเป็นเมือกและเชื้อรา นอกจากทำให้แอร์อุดตันแล้ว หากสูดดมประจำทุกวันอาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้

เพราะฉะนั้น ใช้วิธีธรรมชาติขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ในรถแทนจะดีกว่า ทั้งประหยัดและเป็นผลดีต่อสุขภาพ ดังนี้

– น้ำส้มสายชู
– เทน้ำส้มสายชู 2-4 ช้อนโต๊ะใส่ถ้วยเล็กๆ นำไปตั้งทิ้งไว้ในรถประมาณ 1-2 ชั่วโมง ความเปรี้ยวของน้ำส้มสายชูจะช่วยดูดกลิ่นอับชื้นในรถให้หายไป

– ถ่านไม้
– นำถ่านไม้ 1-2 ก้อนใส่ในถุงผ้าแล้วห้อยไว้ในรถ ช่วยดับกลิ่นได้
– ทำความสะอาดเบาะรถ
– แค่นำรถไปจอดกลางแดด จากนั้นเปิดประตูทุกบาน แล้วใช้ไม้ตีที่นอนที่ทำจากหวายตีที่เบาะและพนักพิงให้ทั่ว จะทำให้ฝุ่นละอองและคราบสกปรกที่สะสมอยู่ในเบาะผ้าหลุดออก

ดอกไม้-สมุนไพร
ใช้สมุนไพรหรือดอกไม้ เช่น ใบเตย ใบมะกรูด ดอกมะลิ ใส่ไว้ในรถ สมุนไพรเหล่านี้นอกจากจะมีน้ำมันหอมระเหยตามธรรมชาติที่ช่วยผ่อนคลายแล้ว ยังปลอดภัยต่อสุขภาพด้ว

พฤติกรรมหลายอย่างที่ทำให้รถมีกลิ่นเหม็น เช่น การสูบบุหรี่ การรับประทานอาหารในรถ หรือแม้แต่การไม่ทำความสะอาดรถเลย หลายคนแก้ปัญหาด้วยการวางน้ำหอมไว้ในรถเพื่อดับกลิ่น แต่คุณรู้ไหมว่า นั่นคืออันตราย

ดังนั้น มาหาหนทางกำจัดสารพัดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ในรถด้วยวิธีธรรมชาติกันดีกว่า

กลิ่นบุหรี่
ใช้เบกกิ้งโซดา (ผงฟู) 2 ช้อนโต๊ะ ใส่ถ้วยใบเล็กตั้งทิ้งไว้ในรถ 1-2 ช.ม. กลิ่นจะหายไป แต่ทางที่ดี อย่าสูบดีกว่า เพราะบุหรี่ทำให้เกิดมะเร็งปอดได้ง่ายกว่าน้ำหอมหลายเท่านัก

กลิ่นอับ มี 3 สูตรดับกลิ่นดังนี้
– นำใบชาแห้งใส่ถุงผ้าห้อยไว้ในรถ วิธีนี้จะช่วยให้กลิ่นอับในรถเจือจางลง

– ใช้น้ำส้มสายชู 2-4 ช้อนโต๊ะ เทใส่ถ้วย ตั้งทิ้งไว้ในรถประมาณ 1-2 ช.ม. ความเปรี้ยวของน้ำส้มสายชูจะช่วยดูดกลิ่นอับชื้นในรถให้หายไป

– นำถ่านไม้ สัก 1-2 ก้อน ใส่ถุงผ้า ห้อยไว้ในรถสามารถช่วยลดกลิ่นอับได้เช่นเดียวกับที่เราใส่ไว้ในตู้เย็น
นอกจากนี้ ถ้าหากคุณยังเคยชินกับการขับรถแล้วต้องมีกลิ่นหอม ๆ แนะนำให้หาสมุนไพรหรือดอกไม้ เช่น ใบเตย ใบมะกรูด ดอกมะลิ มาใส่ไว้ในรถแทนน้ำหอมปรับอากาศ เพราะในพืชสมุนไพรเหล่านี้ นอกจากจะมีน้ำมันหอมระเหยตามธรรมชาติที่ช่วยผ่อนคลาย ปลอดภัยต่อสุขภาพ และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังประหยัดอีกด้วย

การจัดการกับพรมในรถ
พรมเป็นหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ในรถและเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค มีข้อแนะนำในการดูแลพรมมาฝากค่ะ

พรมเปียกน้ำ
ถ้าเป็นพรมชนิดที่ไม่สามารถยกออกได้ง่าย ๆ ให้ใช้ผ้าสะอาดเช็ดให้หมด จากนั้นขับรถไปจอดกลางแดด เปิดกระจำทิ้งไว้ ความร้อนจะช่วยทำให้พรมแห้งเร็วขึ้นค่ะ หรือถ้าสามารถถอดพรมออกมาได้ควรนำออกไปตากแดด เพราะนอกจากจะช่วยลดความเปียกชื้นของพรมแล้ว ยังช่วยลดเชื้อราที่หมักหมมอยู่ในพรมได้ด้วย

พรมเปื้อนคราบต่าง ๆ
อาจเกิดจากคราบกาแฟ คราบอาหาร (สำหรับคนที่ชอบกินอาหารในรถ) หรือสารคเคมีจำพวกน้ำยาล้างเล็บ จาระบี ให้ซักด้วยแชมพูสำหรับซักพรม (มีขายทั่วไป) แล้วจอดรถตากแดดและเปิดประตูรถทิ้งไว้ค่ะ

หมากฝรั่งติดพรม
ใช้นำแข็งประคบที่หมากฝรั่ง ความเย็นจะทำให้หมากฝรั่งแข็งตัว จากนั้นใช้ช้อนขูดออก

ใส่ใจกับเบาะรถกันหน่อย
จัดการกับพรมในรถไปแล้ว คราวนี้มาดูเรื่องเบาะกันบ้างดีกว่าค่ะ เบาะรถยนต์ส่วนใหญ่ทำจากหนังเทียม ทำให้มักจะเกิดความสกปรกได้ง่าย มีวิธีจัดการดังนี้ค่ะ

ไม้หวายลดคราบฝุ่น
เป็นการทำความสะอาดผ้าเบาะอย่างหนึ่งที่ไม่ต้องลงทุนอะไรมากมาย เพียงนำรถของคุณไปจอดกลางแดด จากนั้นเปิดประตูทุกบาน แล้วใช้ไม้ตีที่นอนซึ่งทำจากหวายมาตีที่เบาะและพนักพึงให้ทั่วทั้งเบาะหน้าและเบาะหลัง (ระหว่างตีจะสังเกตเห็นฝุ่นฟุ้งกระจาย ดังนั้น คนตีควรอยู่ต้นลมค่ะ) วิธีนี้จะช่วยให้ฝุ่นละอองและคราบสกปรกที่สะสมอยู่ที่ผ้าเบาะหลุดออกค่ะ

น้ำส้มสายชูลบคราบสกปรก
สำหรับเบาะหนังที่มีคราบเปื้อนต่าง ๆ ติดอยู่ ให้ใช้น้ำส้มสายชูชุบผ้าสะอาดพอหมาดเช็ดไปมา (ระยะเวลาขึ้นอยู่กับรอยเปื้อน) เพียงเทานี้คราบไม่พึงประสงค์ทั้งมวลก็จะหายไปค่ะ
อย่าลืมนะคะ… สารพันปัญหาในรถแก้ไขได้ ลองนำไปใช้ดูนะคะ

TIP ข้อควรรู้เกี่ยวกับรถ
ไม่ควรกินอาหารในรถ เพราะเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้มดเฮโลกันมาสร้างอาณาจักรในรถคุณได้
งดเก็บตุ๊กตาไว้ในรถ เพราะเป็นแหล่งสะสมฝุ่น และอาจนำมาซึ่งโรคภูมิแพ้ได้
ห้ามใส่ของหนัก ทุกครั้งที่รถบรรทุกน้ำหนักเพิ่มขึ้นเพียง 10 กก. จะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้น 60 บาทต่อเดือน ดังนั้น ของที่ไม่ใช่แล้วควรเก็บออกจากรถ เพราะจะช่วยให้รถเบาขึ้นและประหยัดเงินในกระเป๋า
ปิดแอร์บ้าง ลดการใช้แอร์ในรถลงแค่ 10% ของการใช้แอร์ตามปกติ จะช่วยให้เราประหยัดเงินได้ถึง 40 บาทต่อเดือน ดังนั้น ควรเลือกเปิดเฉพาะเวลาที่จำเป็น (หรือในบางเวลาเช่นตอนเช้า ๆ จะเปิดกระจกรับอากาศยามเช้าบ้างก็ไม่เลวเช่นกัน)

เครดิต : คอลัมน์ รอบรั้วบ้าน นิตยสาร ชีวจิต

error: Content is protected !!