หมวดหมู่: สาระเพื่อสุขภาพ

ตกขาว

ตกขาว คือของเหลวที่ไหลออกมาจากช่องคลอดเป็นของเหลวที่ถูกขับออกจากโพรงมดลูก ปากมดลูก ปากช่องคลอด และเซลล์ของเยื่อบุผนังช่องคลอดที่ตายและหลุดออกมา

ปริมาณตกขาวจะขึ้นกับแต่ละคน ตกขาวจะมีมากในช่วงไข่ตกในระยะกลางของรอบเดือน นอกจากนั้น ขณะตั้งครรภ์จะพบว่ามีตกขาวมากจนบางครั้งอาจเหนียวหนืด การกระตุ้นทางเพศสัมพันธ์ก็จะมีการหลั่งน้ำออกมาหล่อลื่นมาก หลังจากมีกิจกรรมทางเพศอาจมีตกขาวปริมาณมาก การใช้ยาคุมกำเนิดทำให้มีตกขาวเพิ่มได้

ลักษณะตกขาวปกติ

เป็นมูกใส พบได้ในระยะกลางของรอบเดือนเมื่อไข่สุก
สีขาวขุ่นข้นเหมือนแป้งเปียก มักพบก่อนมีประจำเดือน
ลักษณะตกขาวผิดปกติ

ตกขาวจะมีสีเหลืองปนเขียว น้ำตาล หรือปนเลือด
มีปัสสาวะแสบขัด
คันช่องคลอด
เจ็บท้องน้อย
หากมีอาการดังกล่าวควรจะต้องไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาไม่ให้เชื้อโรคลุกลามไปยังอวัยวะอื่นๆ

สาเหตุของอาการตกขาวผิดปกติ
เกิดจาการอักเสบภายในหรือมีการติดเชื้อ
มีสิ่งแปลกปลอมตกค้างในช่องคลอด
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
มีเนื้องอกซึ่งหากเกิดจาเนื้องอกแล้วมักมีเลือดปนด้วย
สตรีวัยทอง มีภาวะขาดฮอร์โมน ทำให้ช่องคลอดแห้ง อักเสบง่าย

การรักษา ขึ้นอยู่กับเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุ แพทย์จะตรวจภายในและนำตกขาวมาตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ ซึ่งจะพบลักษณะเฉพาะของการติดเชื้อแต่ละชนิดหรือย้อมสีเพิ่มเติมเพื่อตรวจหาเชื้อ จากนั้นจึงพิจารณาใช้ยาฆ่าเชื้อโรค เพื่อบำบัดรักษาการอักเสบติดเชื้อซึ่งยาที่ใช้มีหลายชนิด ทั้งชนิดสอดช่องคลอด ชนิดรับประทาน หรืออาจให้ยาทาภายนอกร่วมด้วยตามความเหมาะสม

ข้อแนะนำการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง

รักษาความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศให้สะอาด ไม่จำเป็นต้องสวนล้างช่องคลอดด้วยน้ำยาที่โฆษณามากมาย เพราะอาจระคายเคืองและอาจทำลายเชื้อแบคทีเรียในช่องคลอดตามปกติด้วย
ในการทำความสะอาดให้เช็คอวัยวะเพศจากด้านหน้าไปยังด้านหลัง เพื่อป้องกันเชื้อแบคทีเรียจากทวารหนักเข้าสู่ช่องคลอด
หลีกเลี่ยงสเปรย์ดับกลิ้นหรือสบู่กลิ่นแรงที่ทำให้ระคายเคือง
ควรใส่กางเกงใน ที่ทำจากผ้าฝ้าย เพราะระบายอากาศได้ดีไม่อับชื้น
กางเกงใน ผ้าเช็ดตัว ผ้าถุงควรชักแล้วตากแดด ไม่ควรตากในร่มหรือในห้องน้ำ
หลีกลี่ยงกางเกงรัดรูป
หลีกเลี่ยงการใช้ผ้าอนามัยแบบสอด ถ้าใช้ควรเปลี่ยนบ่อยๆ
แนะนำคู่นอนทำความสะอาดมือและอวัยวะเพศก่อนและหลังมีเพศสัมพันธ์
รับประทานอาหารที่มีคุณภาพ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ นอนหลับให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากๆ

สรุป ความสัมพันธ์ระหว่าง “วัย” กับ “ตกขาว”

วัยเด็ก มักเกิดจากความสกปรก สุขอนามัยไม่ดี ทำความสะอาดไม่เป็น
วัยเจริญพันธุ์ มักเกิดจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
วัยหมดประจำเดือน มักเกิดจากการขาดฮอร์โมน ทำให้ช่องคลอดแห้ง ระคายเคืองง่าย

13 มิ.ย.

การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย จำเป็นหรือไม่?

การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย เป็นการผ่าตัดเล็กที่ทำกันบ่อยมาก จนเกือบถือว่าเป็นเรื่องปกติวิสัย ทั้งนี้การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายในบางกลุ่มชนเป็นสิ่งปกติวิสัย เช่นชาวยิว ที่จะขลิบหนังหุ้มปลายตั้งแต่แรกคลอด และชาวมุสลิมที่ขลิบในวัยเด็ก แต่ในประชาชนทั่วไปมีความเชื่อกันว่าการขลิบหนังหุ้มปลายจะทำให้สามารถดูแลทำความสะอาดได้ดีขึ้น ป้องกันการติดโรคบางชนิด และป้องกันมะเร็ง เป็นต้น บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ที่ถูกต้องตามวิชาการแพทย์ที่ได้มีการศึกษาวิจัยในปัจจุบัน

พัฒนาการของหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย

หนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย เป็นอวัยวะที่มีอยู่ตามปกติ ปกคลุมส่วนปลายของอวัยวะเพศอยู่ เชื่อกันว่าทำหน้าที่ในการปกป้องส่วนปลายของอวัยวะเพศ และมีหน้าที่ในการรับรู้ความรู้สึกโดยเฉพาะเมื่อมีการกระตุ้นทางเพศ เพราะมีใยประสาทที่มีความไวเป็นจำนวนมากในบริเวณนี้ หลังคลอดหนังหุ้มปลายจะปิดปกคลุมปลายของอวัยวะเพศจนมิด และจะค่อยๆเผยออกจนสามารถมองเห็นรูเปิดของท่อปัสสาวะได้ แต่อย่างไรก็ดีเด็กอายุ 3 ปีจะมีอยู่ประมาณร้อยละ 10 ที่หนังหุ้มปลายไม่เปิด แต่ยังสามารถถ่ายปัสสาวะได้ เมื่อติดตามมาจนกระทั่งอายุ 6ปี จะมีประมาณร้อยละ 8 ที่หนังหุ้มปลายไม่เปิด และเหลือเพียงร้อยละ 1 ที่หนังหุ้มปลายไม่เปิดจนถึงอายุ 16 ปี

ถึงอย่างไรก็ดีเมื่อหนังหุ้มปลายเปิดใหม่ๆจะยังไม่สามารถเปิดได้หมดเพราะยังมีเยื่อบางๆติดยึดอยู่กับปลายอวัยวะเพศ สิ่งที่พบเห็นได้บ่อยๆว่าเมื่อเด็กชายถ่ายปัสสาวะจะเห็นหนังหุ้มปลายโป่งพองออกเหมือนลูกโป่ง สิ่งนี้ถือเป็นปรากฏการณ์ปกติ บางครั้งอาจจะเห็นก้อนขาวๆ อยู่ใต้หนังหุ้มปลายก็เกิดจากการลอกตัวของเยื่อบุผิวกับไขมันมาจับตัวเป็นก้อนก็ถือได้ว่าไม่ใช่สิ่งผิดปกติที่น่าตกใจแต่ประการใด

หนังหุ้มปลายไม่เปิดคืออะไร?

ตามที่กล่าวข้างต้นว่าหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายเมื่อถึงเวลาที่เหมาสมก็สามารถเปิดเองได้ มีเพียงจำนวนไม่มากนักที่จะไม่เปิดเมื่อถึงวัยรุ่น ดังนั้นคำจำกัดความของหนังหุ้มปลายไม่เปิดจะครอบคลุมเฉพาะหนังหุ้มปลายที่มีลักษณะเป็นพังผืดตรงปลายไม่สามารถยืดออกได้และไม่มีแนวโน้มจะเปิดได้เอง การวินิจฉัยอาศัยการตรวจร่างกายเป็นหลัก ไม่มีความจำเป็นต้องอาศัยเครื่องมืใดๆในการตรวจวินิจฉัย

รูปแสดงหนังหุ้มปลายไม่เปิด

ปัญหาที่เกิดขึ้นหากหนังหุ้มปลายไม่เปิด ปัญหาที่พบบ่อยเมื่อหนังหุ้มปลายไม่เปิดได้แก่

  1. มีของเสียขังอยู่ใต้หนังหุ้มปลาย มีลักษณะเป็นก้อนขาวๆ เกิดจากากรลอกตัวของเยื่อบุผิวและไขมันที่ลอกตัวออกมา อาจจะมีตะกอนจากน้ำปัสสาวะปนอยู่บ้าง ไมได้เป็นความผิดปกติที่อันตรายแต่อย่างใด เมื่อหนังหุ้มปลายเปิดออกก็จะลอกหลุดเอง หรือสามารถชะออกได้ในขณะทำความสะอาด
  2. หนังหุ้มปลายร่นรัด จะมีลักษณะที่มีรอยคอดรัดหนังหุ้มปลายจนทำให้ส่วนปลายบวม ไม่สามารถรูดหนังหุ้มปลายได้อีก มักเกิดจากการที่รูดหนังหุ้มปลายถอยไปแล้วไม่ได้รูดกลับ เกิดขณะปัสสาวะ หรืออาบน้ำทำความสะอาด หรือสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง
  3. ปัสสาวะลำเล็ก มีการโป่งพองออกของหนังหุ้มปลาย หากหนังหุ้มปลายมีช่องเล็กมากเมื่อเด็กถ่ายปัสสาวะจะต้องออกแรงเบ่งมาก หนังหุ้มปลายจะโป่งออกเหมือนลูกโป่ง สร้างความวิตกกังวลแก่พ่อ แม่ แต่สามารถหายเป็นปกติได้เมื่อเด็กโตขึ้น
  4. มีการอักเสบบริเวณปลายอวัยวะเพศ มีการบวม แดง เจ็บ หรือมีน้ำปัสสาวะขุ่นๆออกมาตรงปลาย ซึ่งการรักษาจะต้องทำความสะอาด ให้ยาปฏิชีวนะ และเมื่อหายแล้วอาจจะเป็นข้อบ่งชี้ในการขลิบหนังหุ้มปลาย แต่บางท่านก็ยังแนะนะให้รอดูอาการก่อน เพราะหากสามารถดูแลความสะอาดได้ดีก็จะไม่มีการอักเสบอีก
  5. หากทิ้งไว้จนถึงวัยผู้ใหญ่ มีโอกาสจะเกิดมะเร็งอวัยวะเพศได้สูงกว่าคนอื่นที่หนังหุ้มปลายเปิด
รูปแสดง หนังหุ้มปลายร่นรัด

การขลิบหนังหุ้มปลายช่วยป้องกันโรคได้หรือไม่?

เคยมีความเชื่อว่าการขลิบหนังหุ้มปลายช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แต่ในความเป็นจริงการขลิบหนังหุ้มปลายสามารถป้องกันและลดการแพร่โรคได้เฉพาะบางโรคเท่านั้น เช่น หูด หงอนไก่ เป็นต้น เพราะหนังหุ้มปลายที่ยาวอาจจะซ่อนรอยโรคเหล่านี้ไว้ แต่โรคอื่นๆไม่มีหลักฐานยืนยันว่าการขลิบหนังหุ้มปลายจะช่วยป้องกันได้ รวมถึง HIV ด้วย นอกจากนั้นในด้านการป้องกันมะเร็งอวัยวะเพศนั้นการขลิบหนังหุ้มปลายเมื่อหนังหุ้มปลายไม่เปิดจริงๆ เมื่อเข้าสู่วัยรุ่นก็สามารถป้องกันโรคนี้ได้ ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าชาวมุสลิมมีอัตราการเกิดมะเร็งอวัยวะเพศต่ำมาก

หนังหุ้มปลายอาจจะมีประโยชน์ในอนาคต

หนังหุ้มปลายมีลักษณะพิเศษที่มีความบาง มีหลอดเลือดมาหล่อเลี้ยงจำนวนมากและไม่มีขน ด้วยลักษณะพิเศษนี้ทำให้แพทย์สามารถใช้หนังหุ้มปลายเพื่อวัตถุประสงค์อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผ่าตัดตบแต่งท่อปัสสาวะ โดยการนำเอาหนังหุ้มปลายม้วนเป็นท่อ หรือนำไปเสริมท่อปัสสาวะกรณีที่ท่อปัสสาวะผิดปกติ หรือมีท่อปัสสาวะตีบตัน ดังนั้นหากมีการขลิบหนังหุ้มปลายโดยไม่ได้ตรวจให้แน่นอนว่ามีท่อปัสสาวะผิดปกติหรือไม่ หากท่อปัสสาวะผิดปกติแต่กำเนิดแล้วก็จะพลาดโอกาสในการนำหนังหุ้มปลายมาใช้ในการแก้ไขท่อปัสสาวะได้

รูปแสดงท่อปัสสาวะผิดปกติที่อาจจะต้องใช้หนังหุ้มปลายมาผ่าตัดตบแต่งให้ปกติ

การรักษาหนังหุ้มปลายไม่เปิด

  1. การรักษาโดยวิธีประคับประคอง การรักษาในขั้นตอนแรก พ่อแม่ สามารถช่วยดึงหนังหุ้มปลายให้ค่อยๆเปิดได้ โดยอาจจะใช้ครีม หรือโลชั่นทาบางๆให้หนังหุ้มปลายมีความยืดหยุ่นดีขึ้น ค่อยๆทำทีละน้อย ขณะอาบน้ำ หรือขณะนอนหลับ แต่ได้มีการศึกษายืนยันว่าการใช้ครีม steroid ที่มีความเข้มข้นไม่มากเกินไป ทาบริเวณหนังหุ้มปลายจะช่วยให้หนังหุ้มปลายเปิดได้ ยาที่ใช้ได้แก่ betamethasone 0.05% ทาวันละ 2-3 ครั้งบริเวณปลายสุดของหนังหุ้มปลาย เด็กกว่าร้อยละ 90 หนังหุ้มปลายจะเปิดได้ แต่หากใช้เวลากว่า 3 เดือนไม่เห็นผลก็ควรเปลี่ยนวิธีการรักษา
  2. การขลิบหนังหุ้มปลาย การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ ถือเป็นวิธีการักษาหลังสุดหลังจากไม่สามารถรักษาด้วยวิธีการอื่นแล้ว ในวัยรุ่น สามารถทำโยการใช้ยาชาเฉพาะที่แต่ในวัยเด็กจะต้องดมยาสลบ เพราะเด็กจะต่อต้าน ข้อบ่งชี้ในการขลิบหนังหุ้มปลายได้แก่
  1. หนังหุ้มปลายไม่เปิดที่มีลักษณะของพังผืดบริเวณปลายชัดเจน ซึ่งมีแนวโน้มจะไม่เปิดได้เอง ดังที่กล่าวมาในตอนต้น
  2. หนังหุ้มปลายไม่เปิด จนมีอาการปวดเมื่ออวัยวะเพศแข็งตัว
  3. มีการอักเสบบริเวณปลายอวัยวะเพศ เป็นๆหายๆ
  4. มีทางเดินปัสสาวะอักเสบ เป็นๆหายๆ ที่ไม่สามารถหาสาเหตุอื่นได้
  5. ท่อไตมีลักษณะผิดปกติ โดยมีปัสสาวะไหลย้อนกลับสู่ไตเมื่อถ่ายปัสสาวะทั้งนี้เกิดจากรอยต่อของท่อไตส่วนปลายที่ต่อลงกระเพาะปัสสาวะมีลักษณะของหูรูดที่ไม่แข็งแรงพอ ซึ่งโดยปกติหูรูดส่วนนี้จะแข็งแรง ไม่มีปัสสาวะไหลย้อนกลับในขณะเบ่งปัสสาวะ หากหนังหุ้มปลายไม่เปิดและต้องออกแรงเบ่งปัสสาวะมากก็จะยิ่งทำให้ปัสสาวะไหลย้อนกลับมากขึ้น
รูปแสดงการขลิบหนังหุ้มปลาย

การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศถือเป็นหัตถการที่ไม่ยุ่งยากนัก หากทำอย่างถูกต้อง แต่อย่างไรก็ดีมีโอกาสเกิดอาการแทรกซ้อนได้ถึงร้อยละ 2 อาการแทรกซ้อนที่พบได้แก่ การมีเลือดออกบริเวณผ่าตัด มีการอักเสบติดเชื้อเป็นต้น และยังมีรายงานการเกิดภยันตรายต่ออวัยวะเพศ จนเกิดท่อปัสสาวะตีบตัน และที่ร้ายที่สุดคือปลายอวัยวะเพศได้รับภยันตรายจนขาด

สรุป

การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย มีข้อพึงพิจารณามากมาย นอกจากกรณีที่เป็นการขลิบตามหลักศาสนาแล้ว สมควรที่จะให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาความเหมาะสมว่าสมควรจะต้องขลิบหนังหุ้มปลายหรือไม่ ซึ่งพ่อแม่ผู้ปกครองสามารถนำบุตรหลานไปรับคำปรึกษาได้ในโรงพยาบาลทั่วไปที่มี ศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ ศัลยแพทย์ทั่วไปหรือกุมารศัลยแพทย์

ศาสตราจารย์นายแพทย์วชิร คชการ
หน่วยศัลยศาสตร์ระบบปัสสาวะ
ภาควิชาศัลยศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
มหาวิทยาลัยมหิดล

เอกสารอ้างอิง

McGregor T, Pike J, Leonard M. Pathologic and Physiologic Phimosis. Can Fam Physician 2007;53:445-8.
Hill G. The case against circumcision. JMHG 2007;4:318-23.
Hinchley G. Is infant male circumcision an abuse of the rights of child? BMI 2007;335:1180-1.

แนะชาวไทยฝึกทำสมาธิลดเครียด-คิดสร้างสรรค์

กระทรวงสาธารณสุข แนะคนไทยฝึกทำสมาธิ ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายสดชื่น จิตใจสงบ มองโลกในแง่ดี ไม่ฟุ้งซ่าน ลดความเครียด เป็นคนมีเหตุผล และมีความคิดสร้างสรรค์

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า ในวันวิสาขบูชาขอเชิญชวนประชาชนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ใช้โอกาสวันสำคัญนี้เริ่มต้นฝึกทำสมาธิ (Meditation) ซึ่งเป็นเทคนิคของการผ่อนคลายความเครียด เป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์ว่ามีผลดีต่อสุขภาพ ป้องกันโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคกระเพาะอาหาร  และโรคมะเร็ง

ผลการศึกษาวิจัยให้ผลตรงกันว่าการทำสมาธิจะช่วยให้คลื่นสมองที่ควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกายทำงานเป็นระเบียบขึ้น และหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน (Endorphine) ซึ่งเป็นสารแห่งความสุข ช่วยให้ร่างกายสดชื่น จิตใจสงบ มองโลกในแง่ดี ไม่ฟุ้งซ่าน ลดความเครียด เป็นคนมีเหตุผล และมีความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งจะเป็นผลดีทั้งต่อการงานและการเรียน ขณะนี้ในต่างประเทศได้นำสมาธิมาใช้ในโรงพยาบาลดูแลกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้ป่วยที่อยู่ระยะสุดท้ายของชีวิต รวมทั้งผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันโรคลดลง เพื่อช่วยลดความเครียด ความวิตกกังวลด้วย หากคนไทยหันมาทำสมาธิกันมากขึ้นและปฏิบัติเป็นประจำจะเอาชนะโรคเครียด ซึ่งเป็นโรคที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลกในปี 2563

ที่มา : ศูนย์ข่าวการศึกษาไทย

การเขียนบทคัดย่อ R2R โดย รศ.นพ.สมพนธ์ ทัศนิยม

บรรยายวิชาการ เรื่อง “การเขียนบทคัดย่อ R2R” โดย รศ.นพ.สมพนธ์ ทัศนิยม คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น การอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเพิ่มศักยภาพที­มสนับสนุนงาานวิจัย R2R Facilitator Advanced Course รุ่นที่ 1/2555 วันที่ 22-24 มี.ค. 55 ณ ห้องแกรนด์ฮอล์ 2 โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ

การเขียนบทคัดย่อ R2R (1/6)


การเขียนบทคัดย่อ R2R (2/6)


การเขียนบทคัดย่อ R2R (3/6)


การเขียนบทคัดย่อ R2R (4/6)


การเขียนบทคัดย่อ R2R (5/6)


การเขียนบทคัดย่อ R2R (6/6) ขอบคุณคลิปจากR2RHSRIchannel

ขั้นตอนการตรวจสุขภาพนักศึกษาเข้าใหม่ปี2556

วันที่ 15 -16 พ.ค.  2556 เวลา 07.30-15.00 น.
ตามรอบเวลาที่ระบุ ให้แต่ละคณะ/หลักสูตร (ระบบแอดมิชชั่น)
ณ ลานหน้าหน่วยเวชระเบียน ชั้น4  ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตน์   รพ.รามาธิบดี

1. นักศึกษาที่ลงทะเบียนทำเวชระเบียนมาแล้ว เตรียมใบ  print out* (ที่มีเลข HN)และบัตรประชาชน ไปติดต่อเพื่อชำระเงิน รับเอกสารและบัตรคิว ตามช่องทางที่กำหนดให้  
ในรายที่ไม่ได้ลงทะเบียนมาก่อน ติดต่อทำเวชระเบียนที่งานเวชระเบียนก่อน
2. นักศึกษาตรวจสอบเอกสาร  เซ็นชื่อในเวชระเบียน ชำระเงิน **
 ได้รับบัตรคิว เอกสารการตรวจสุขภาพ แฟ้มเวชระเบียน และบัตรประจำตัวโรงพยาบาล 
* เปิดให้ลงทะเบียน วันประกาศผล-13 พ.ค.56  

หลังลงทะเบียนทำเวชระเบียนทาง webแล้ว ต้องรอเวลาประมาณ 3-10 ชั่วโมงเพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการเข้าระบบเวชระเบียนของโรงพยาบาล นักศึกษาจึงค่อย  print out ข้อมูลที่มีเลข HN มาติดต่อวันตรวจสุขภาพ
** ค่าตรวจสุขภาพ 600 บาท +ค่าเจาะเลือด 300 -600 บาท (ผู้ที่ไม่มีหลักฐานการตรวจภูมิคุ้มกันโรค และฉีดวัคซีนของโรคตับอักเสบ บี 300 และโรคอีสุกอีใส 300 ) 
ยกเว้นคณะทันตแพทย์และคณะเภสัชศาสตร์ค่าตรวจสุขภาพ 600 บาท  (ไม่ต้องตรวจเลือด) 
***คณะทันตแพทย์และคณะเภสัชศาสตร์ แบ่งคิวเข้ารับบริการเป็น 2  กลุ่ม

ห้องตรวจ(คลิกที่ภาพเพื่อขยาย)

สถานที่ตรวจ(คลิกที่ภาพเพื่อขยาย)

ขั้นตอนการรับบริการในวันที่นัดหมายหน่วยตรวจผู้ป่วยนอกพิเศษ-จักษุ EYE CLINIC

หน่วยตรวจผู้ป่วยนอกพิเศษ-จักษุ  EYE CLINIC  
ชั้น 4 โซน เอส
Zone S ,Floor 4th
โทร. 0 2200 4152
คลิ็กดาวน์โหลดเอกสารแนะนำ

8 พฤติกรรมไม่เหมาะสมเล่นน้ำสงกรานต์

เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ 2556 จะมีประชาชนออกมาเล่นน้ำสงกรานต์เป็นจำนวนมาก จึงขอฝากข้อห่วงใยกับพี่น้องประชาชน ถึงพฤติกรรมต้องห้ามเมื่อเล่นน้ำสงกรานต์ 8 ข้อ ด้วยกัน

เมื่อวันที่ 8 เมษายน พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผู้บังคับการตำรวจจราจร (ผบก.จร.) กล่าวถึง พฤติกรรมต้องห้ามเมื่อเล่นน้ำสงกรานต์ 8 ข้อ ด้วยกัน คือ

1.ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขณะเล่นน้ำสงกรานต์ เพราะหากผู้เล่นดื่มในปริมาณที่มากเกินไป อาจทำให้ขาดสติและเกิดอุบัติเหตุได้

2.ไม่สาดน้ำบนรถกระบะ การเล่นสงกรานต์โดยการนำถังน้ำใส่ท้ายรถกระบะ มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เพื่อความปลอดภัยไม่ควรลุกยืนขณะที่รถวิ่ง ไม่ควรบรรทุกคนจนน้ำหนักมากเกินไป อาจทำให้พลัดตกจากรถ หรือรถเสียการทรงตัวได้

 3.ไม่สาดน้ำเย็น แม้ว่า “น้ำ” คือพระเอกในวันสงกรานต์ แต่การสาดน้ำกันแรงๆ หรือสาดด้วยน้ำเย็น อาจทำให้เกิดผลเสียตามมาได้ ควรเล่นกันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย และหากน้ำที่ใช้เล่นนั้นไม่สะอาด อาจมีเชื้อโรคเข้าไปในหูและเกิดการอักเสบได้

4.ไม่เปิดเพลงเสียงดัง ไม่ควรเปิดลำโพงเสียงดังจนรบกวนผู้อื่น โดยเฉพาะในยามวิกาล

 5.ไม่เล่นแป้ง แป้งดินสอพองบางชนิดมีส่วนผสมของสารโพรฟีลีน ตะกั่ว ปรอท หรือการผสมสี  ซึ่งล้วนแต่มีอันตรายต่อร่างกาย และอาจทำให้ทัศนะวิสัยการขับขี่ไม่ดี จนเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

6.ไม่แต่งตัวยั่วตัณหา ผู้หญิงต้องไม่ใส่เสื้อบาง รัดรูป หรือนุ่งสั้น เสื้อผ้าที่ใส่ ควรเป็นสีเข้มๆ เช่น ดำ น้ำเงิน เพราะสีเหล่านี้เมื่อโดยน้ำจะไม่สามารถมองเห็นรูปร่างภายในของผู้หญิงได้ชัดเจน

 7.ไม่ฉวยโอกาส ชายหนุ่มบางคนใช้โอกาสเล่นน้ำสงกรานต์ลวนลามผู้หญิง มักจะเล่นแป้งโดยพุ่งไปที่แก้มของสาวๆ หรือบางคนอาจลูบคลำทำอนาจาร ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาทได้อีกด้วย

8.ไม่นำสิ่งของมีค่าติดตัวมากๆ เช่น กระเป๋า นาฬิกา โทรศัพท์ควรใส่ซองกันน้ำ และเก็บให้มิดชิด

โดยทั้ง 8 ข้อนั้น เป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในการเล่นน้ำสงกรานต์ ซึ่งบางข้ออาจผิดกฎหมาย หรือสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่นได้ อีกทั้งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุและเป็นอันตรายได้อีกด้วย

ที่มา : เว็บไซต์มติชนออนไลน์

9 เม.ย.

เวชระเบียน (medical record) คืออะไร

เวชระเบียน (อังกฤษ: medical record) หมายถึง เอกสารทางการแพทย์ทุก ประเภท ที่ใช้บันทึกและเก็บรวบรวมเรื่องราวประวัติของผู้ป่วยทั้งประวัติส่วนตัว ประวัติครอบครัว ประวัติการแพ้ยา เอกสารการยินยอมให้ทำการรักษาพยาบาล ประวัติการเจ็บป่วยในอดีตและปัจจุบัน ข้อมูลบ่งชี้เฉพาะของบุคคล การรักษาพยาบาล ค่ารักษาพยาบาล ผลจากห้องปฏิบัติการ ผลการชันสูตรบาดแผลหรือพลิกศพ ผลการบันทึกค่าทั้งที่เป็นตัวเลข ตัวอักษร รูปภาพหรือเครื่องหมายอื่นใด จากอุปกรณ์ เครื่องมือในสถานบริการสาธารณสุขหรือเครื่องมือทางการแพทย์ทุกประเภท หรือเอกสารการบันทึกการกระทำใด ๆ ที่เป็นการสั่งการรักษา การปรึกษาเพื่อการรักษาพยาบาล การส่งต่อผู้ป่วยไปทำการรักษาที่อื่น การรับผู้ป่วยรักษาต่อ การกระทำตามคำสั่งของผู้มีอำนาจในการรักษาพยาบาลตามที่สถานบริการสาธารณสุข กำหนดไว้ เอกสารอื่น ๆ ที่ใช้ประกอบเพื่อการตัดสินใจทางการแพทย์ เพื่อการประสานงานในการรักษาพยาบาลผู้ป่วย และเอกสารอื่นใดที่ทางองค์การอนามัยโลก หรือสถานบริการสาธารณสุขกำหนดไว้ว่าเป็นเอกสารทางเวชระเบียน หมายรวมถึงชื่อของหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการจัดทำเอกสารดังกล่าว การเก็บรวบรวม การค้นหา การบันทึก การแก้ไข การให้รหัสโรค การจัดทำรายงานทางการแพทย์ การนำมาจัดทำสถิติผู้ป่วย การนำมาเพื่อการศึกษาวิจัย หรือเพื่อการอื่นใดตามที่สถานบริการสาธารณสุขกำหนด นอกจากนี้ยังรวมถึงเอกสารทางการแพทย์ที่อยู่ในรูปแบบสื่อดิจิตอล หรือระบบอิเลคทรอนิกส์ (Electronic Medical Record -EMR) ซึ่งเป็นรูปแบบของเวชระเบียนที่มีการพัฒนาขึ้นในปัจจุบัน

เวชระเบียน หมายถึงอะไร

เวชระเบียน หมายถึง การรวบรวมข้อเขียนหรือบันทึกที่เกี่ยวกับการเจ็บป่วย เป็นข้อมูลที่บันทึกเกี่ยวกับการรักษาผู้ป่วยที่โรงพยาบาล คลินิค หรือสถานีอนามัย เวชระเบียนนั้นเป็นบันทึกขบวนการทุกอย่างงที่จัดกระทำกับผู้ป่วยซึ่งข้อมูล นั้น ๆ ควรจะต้องประกอบด้วยประวัติการเจ็บป่วยในอดีตรวมทั้งความคิดเห็น การค้นหา สืบสวนผลทางห้องปฏิบัติการและข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับสุขภาพของผู้ป่วย เวชระเบียนเป็นเอกสารที่อาจมีหลายขนาดหลายรูปแบบ และหลายข้อมูล โดยการบันทึกของหลายบุคคลในหลาย ๆ วิธีการ แต่ตามรูปลักษณะทั่วไปแล้ว เวชระเบียนจะประกอบด้วยจำนวนแผ่นกระดาษ หรือบัตร ซึ่งอาจจะบรรจุอยู่ในแฟ้มหรือซอง และยิ่งนำสมัยมากไปกว่านี้ก็จะบันทึกในคอมพิวเตอร์หรือบันทึกลงแผ่นกระดาษ แล้วถ่ายไว้ในไมโครฟิล์มก็ได้

เวชระเบียน หมายถึง การรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสุขภาพของผู้ป่วยและประวัติสุขภาพรวมถึง ประวัติการเจ็บป่วยในอดีตและในปัจจุบันและการรักษาซึ่งจดบันทึกไว้โดยแพทย์ ผู้ดูแล เวชระเบียนจะต้องบันทึกตามเวลาที่ศึกษาดูแลผู้ป่วย และควรจะต้องมีข้อมูลที่เพียงพอที่จะต้องบอกให้ทราบถึงการพิเคราะห์โรค และการดูแลรักษาโรคได้ และต้องเป็นเอกสารที่ถูกต้องครบถ้วน

บุคลากรทางด้านเวชระเบียน

แพทย์ด้านเวชระเบียน
นักเวชระเบียน, เจ้าหน้าที่บริหารงานเวชระเบียน
นักเวชสถิติ, นักวิชาการเวชสถิติ
นักวิชาการรหัสโรค
นักสถิติ, นักวิจัย, นักชีวสถิติ,นักวิจัยทางการแพทย์
เจ้าหน้าที่เวชสถิติ, เจ้าพนักงานเวชสถิติ
เจ้าหน้าที่ให้รหัส, เจ้าหน้าที่ให้รหัสโรค
นักวิชาการคอมพิวเตอร์, นักคอมพิวเตอร์, โปรแกรมเมอร์, นักวิเคราะห์ระบบ, นักเวชสารสนเทศ
เจ้าหน้าที่คอมพิวเตอร์
เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล
เจ้าหน้าที่ห้องบัตร
ลูกจ้างงานเวชระเบียน
HN ย่อมาจาก Hospital Number เป็นหมายเลขของผู้ป่วยนอก ซึ่งจะออกหมายเลขให้ในการลงทะเบียนเป็นผู้ป่วยที่จะตรวจในโรงพยาบาล อาจมีการออกหมายเลขที่ต่อเนื่อง ในบางโรงพยาบาลอาจมีการออกหมายเลขที่เป็นปี พ.ศ.ต่อท้ายหมายเลข แต่เนื่องจากหมายเลขดังกล่าวไม่นิยมให้มีการเปลี่ยนในทุกปีพ.ศ. จึงสามารถจะขึ้นหมายเลขไว้ที่หน่วยเวชระเบียนผู้ป่วยนอกได้ว่าแต่ละปี พ.ศ. มีการออกหมายเลขของผู้ป่วยนอกไปตั้งแต่หมายเลขใดถึงหมายเลขใด และในหลายโรงพยาบาลที่มีการนำหมายเลข 13 หลักของหมายเลขประจำตัวประชาชนมาใช้ในการกำหนดหมายเลขของผู้ป่วยนอกด้วย ซึ่งน่าจะเป็นรูปแบบที่น่าจะเป็นไปได้ในอนาคตว่าหมายเลข HN ของทุกสถานบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขน่าจะเป็นหมายเลขเดียวกันกับหมาย เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก
AN ย่อมาจาก Admission Number เป็นหมายเลขของผู้ป่วยใน ซึ่งจะออกให้ในการลงทะเบียนรับไว้พักค้างในโรงพยาบาลตามคำสั่งของแพทย์ เมื่อได้หมายเลข AN ก็จะนับเป็นผู้ป่วยใน ซึ่งอาจออกหมายเลขไปในแต่ละปีซึ่งจะเป็นหมายเลข AN แล้วตามด้วยปีพ.ศ. เช่น XXXXX-51, XXXXX/51 หรืออาจมีการออกเลขต่อเนื่องก็ได้ หรือในบางสถานบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขอาจให้ระบบคอมพิวเตอร์ออกหมาย เลขหรือเครื่องหมายเพิ่มเติมจากหมายเลข HN ก็ได้เพื่อแสดงค่าของการลงทะเบียนเป็นผู้ป่วยในที่เป็นรูปแบบพิเศษก็ได้
VN ย่อมาจาก Visit Number เป็นหมายเลขที่กำหนดขึ้นเฉพาะเพื่อการตรวจสอบจำนวนผู้รับบริการซึ่งโดยปกติ หมายถึงหมายเลขของการมารับบริการของผู้ป่วยนอก แต่อาจออกเป็นหมายเลข VN ของหน่วยบริการอื่น ๆ ก็สามารถกำหนด VN ได้เช่นเดียวกัน การให้หมายเลข VN นั้นจะมีการให้ ทุกครั้งที่มีการใช้บริการทางการแพทย์ เพื่อความครบถ้วน ถูกต้องของสถิติจำนวนครั้งของการให้บริการในโรงพยาบาล หรือหน่วยบริการอื่น ๆ ที่คณะกรรมการเวชระเบียนหรือมติจากโรงพยาบาลให้สามารถออกหมายเลข VN ได้แต่อาจมีการกำหนดความเป็นเฉพาะเพิ่มเติมเช่น VND อาจเป็นการให้หมายเลข VN เฉพาะของหน่วยบริการทันตกรรม เป็นต้น แต่จะต้องมีตัวเลขและสถิติที่สามารถตรวจสอบได้ หรือมีตัวเลขสถิติชุดเดียวตามที่มีมติกันไว้ของการควบคุมหมายเลขด้านเวช ระเบียน รวมทั้งมีระบบที่ทำให้เกิดความชัดเจนในการบันทึกข้อมูลการให้บริการลงในเวช ระเบียนทุกครั้ง เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการตรวจสอบการมารับบริการ หรืออาจเพื่อป้องกันการทุจริตในการซื้อยา เช่น อาจให้ผู้ป่วยที่ซื้อยานอกหน่วยตรวจมีการใช้รหัสคลินิกแตกต่างออกไปเช่นอาจ เป็นรหัส VN-XXXXX-01 ซึ่งตัวที่เป็นหมายเลข 01 จะเป็นตัวเลขของการให้รหัสคลินิกนั่นเอง หรือผู้ป่วยที่ซื้อยาต่อเนื่องอาจใช้รหัสคลินิกที่แตกต่างไปอีกเช่นกันเช่น VN-XXXXX-03 ซึ่งต้องผ่านการออกหมายเลข VN ที่หน่วยงานเวชระเบียนก่อนทุกครั้งที่มารับบริการ หากไม่มีการออกหมายเลข VN หน่วยงานอื่น ๆ ที่กำหนดให้มีตัวเลขของ VN ไว้ก็สามารถออกหมายเลข VN เพื่อให้บริการได้ เช่น ไม่สามารถใช้สิทธิ จ่ายยา คิดและเก็บเงินจากผู้ป่วยได้ เป็นต้น ถ้าโรงพยาบาลใดที่มีการกำหนดหมายเลข VN แล้ว ผู้ป่วยที่มารับบริการที่โรงพยาบาลจะต้องทำการออกหมายเลข VN ทุกครั้งและทุกราย ในกรณีที่ผู้ป่วยมีนัดหมายเข้าระบบไว้แล้ว เมื่อหน่วยตรวจรับผู้ป่วยเข้าตรวจหน่วยนั้น ๆ ก็สามารถให้หมายเลข VN ได้ทันทีถ้าหากเป็นโรงพยาบาลที่มีระบบคอมพิวเตอร์ออนไลน์ในการให้หมายเลข VN ซึ่งทางงานเวชระเบียนอาจให้ค่าของการออกหมายเลขสำหรับผู้ป่วยนัดไว้โดยเป็น การพิเศษ
หลักการเรียงลำดับเวชระเบียน

สรุปการจำหน่ายผู้ป่วยโดยแพทย์ (Physician discharge summary)
เอกสารยินยอมให้รักษา (Informed Consent)
ประวัติผู้ป่วย (History)
รายละเอียดการตรวจร่างกาย (Physician Examination)
บันทึกความก้าวหน้า (Progress note)
บันทึกการปรึกษา (Consultation record)
บันทึกของวิสัญญีแพทย์ (Anesthetic record)
บันทึกการผ่าตัด (Operative note)
บันทึกการคลอด (Labor record)
การสืบค้น (Investigation) / แบบรายงานทางห้องปฏิบัติการ (Lab report form)
บันทึกการฟื้นฟู (Rehabilitation record)
บันทึกของพยาบาล (Nurse note)
แบบฟอร์มอื่นๆ
อ่านเพิ่มเติมได้จาก
http://th.wikipedia.org/

คู่มือการลงทะเบียนผู้ป่วยใหม่

ขั้นตอนการ ทำเวชระเบียนใหม่ผ่านเว็บไซต์

1. เข้าสู่เว็บไซต์คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี  www.ra.mahidol.ac.th/mr

2.เมนูด้านซ้าย เลือกเมนู “ลงทะเบียนบัตรใหม่” 
3. กรอกเลขที่บัตรประชาชน ในช่อง คลิกปุ่ม “ต่อไป”
4.เลือกหน่วยบริการ จากนั้นคลิกปุ่ม “ดำเนินการต่อไป”
  • หมายเหตุ หน่วยบริการ “Referal ศูนย์ประสานงานส่งต่อ” เป็นหน่วยบริการเพื่อการประสานงานส่งต่อระหว่างโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลอื่น จะเลือกได้เฉพาะำกรณีที่่ผ่านการประสานงานผ่านเจ้าหน้าที่ศูนย์ประสานงานเท่านั้น 
5. กรอกรายละเอียด ประวัติผู้ป่วยให้ครบถ้วน  จากนั้นคลิกปุ่ม “ยืนยันฯ” และคลิกปุ่ม “บันทึกลงทะเบียน” 
14 ธ.ค.

การจองคิวอบรมในการขอรับใบอนุญาตขับรถตามพ.ร.บ.รถยนต์ ชนิดชั่วคราว (ขอใหม่)

 กรมการขนส่งทางบก เปิดให้ประชาชนสามารถจองคิวเพื่อเข้ารับการอบรมได้ล่วงหน้า โดยสามารถจองคิวได้ด้วยตนเอง หรือ ทางโทรศัพท์ ดังนี้

      สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 เปิดรับคำขอรับใบอนุญาตขับรถได้ไม่เกิน 120 คน/วัน
ผู้ที่ประสงค์จองคิวทางโทรศัพท์ ติดต่อหมายเลข 0-2415-7337 ต่อ 204-205

      สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 2 เปิดรับคำขอรับใบอนุญาตขับรถได้ไม่เกิน 85 คน/วัน

ผู้ที่ประสงค์จองคิวทางโทรศัพท์ ติดต่อหมายเลข 0-2433-4773

      สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 3 เปิดรับคำขอรับใบอนุญาตขับรถได้ไม่เกิน 100 คน/วัน

ผู้ที่ประสงค์จองคิวทางโทรศัพท์ ติดต่อหมายเลข 0-2333-0035

      สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 4 เปิดรับคำขอรับใบอนุญาตขับรถได้ไม่เกิน 100 คน/วัน

ผู้ที่ประสงค์จองคิวทางโทรศัพท์ ติดต่อหมายเลข 0-2543-5512

      สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 (ฝั่งตรงข้ามตลาดนัดจตุจักร) เปิดรับคำขอรับใบอนุญาตขับรถได้ไม่เกิน 170 คน/วัน ผู้ที่ประสงค์จองคิวทางโทรศัพท์ ติดต่อหมายเลข 0-2271-8888 ต่อ 4201-4 หรือสอบถาม 1584

      สำหรับในส่วนภูมิภาคสำนักงานขนส่งจังหวัดทุกจังหวัด จะเปิดรับคำขอตามความเหมาะสม
ซึ่งสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดนั้นๆ

     ผู้ที่ประสงค์ขอรับใบอนุญาตขับรถควรติดต่อจองคิวล่วงหน้า โดยสามารถมาจองด้วยตนเองพร้อมเอกสาร ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน พร้อมสำเนา ใบรับรองแพทย์ อายุไม่เกิน 1 เดือน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะทำการทดสอบสมรรถภาพร่างกายในวันเดียวกัน และจะออกใบนัดเพื่อให้เข้ารับการอบรมตามวัน เวลา ที่ระบุ ตามลำดับ โดยต้องมาลงทะเบียนก่อนเวลา 09.00 น. เพื่อเจ้ารับการอบรม ทดสอบข้อเขียน ซึ่งผู้ที่สอบผ่านแล้วจะเข้ารับการอบรม ทดสอบข้อเขียน ซึ่งผู้ที่สอบผ่านแล้ว จะเข้ารับการทดสอบขับรถในวันทำการถัดไป หากผ่านการทดสอบจะได้รับใบอนุญาตขับรถทันที

     สำหรับผู้ที่จองคิวทางโทรศัพท์ ต้องมาลงทะเบียนในวันที่นัดอบรมก่อนเวลา 08.00 เพื่อทำการทดสอบสมรรถภาพร่างกายก่อนเข้ารับการอบรม จากนั้น จึงดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ที่มา กรมการขนส่งทางบก

error: Content is protected !!