ป้ายกำกับ: กรมบัญชีกลาง

โครงการเบิกจ่ายตรง

โครงการเบิกจ่ายตรง

ผู้มีสิทธิ
ผู้มีสิทธิเข้าร่วมโครงการระบบจ่ายตรงค่ารักษาพยาบาล คือ ผู้ป่วยที่มีสถานะเป็น
ข้าราชการ
ลูกจ้างประจำ
ผู้รับเบี้ยหวัด/บำนาญ ที่มีสิทธิได้รับสวัสดิการรักษาพยาบาลตามพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล
รวมบุคคลในครอบครัวของบุคคลดังกล่าวข้างต้น (บิดา มารดา คู่สมรส และบุตร 3 คน) ทั้งนี้ ไม่รวมถึงข้าราชการส่วนท้องถิ่น พนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือพนักงานองค์กรภาครัฐอื่น ๆ


เอกสารที่ใช้ในการลงทะเบียนเข้าสู่ระบบจ่ายตรงสำหรับผู้ป่วยนอก
1. บัตรประจำตัวประชาชน (ฉบับจริง)
2. บัตรประจำตัวผู้ป่วย (กรณียังไม่เคยมีบัตรโรงพยาบาล ติดต่อขอลงทะเบียนเป็นผู้ป่วยใหม่ได้ที่ ช่องหมายเลข 6 หน่วยลงทะเบียน งานเวชระเบียน อาคาร 1 หรือ ช่องหมายเลข 4 งานเวชระเบียน ชั้น 1 อาคารสมเด็จพระเทพรัตน์ ทุกวันราชการ ตั้งแต่เวลา
07.00-15.00 น.)
3. สำหรับครอบครัวของผู้มีสิทธิ์ที่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี  ใช้สูติบัตร/ทะเบียนบ้าน/บัตรประจำตัวประชาชน (ฉบับจริง)
 
สถานที่รับลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ
1. ช่องหมายเลข 1-3 หน่วยลงทะเบียน งานเวชระเบียน ชั้น 1 อาคาร 1 ทุกวันราชการ ตั้งแต่เวลา 07.00 – 15.00 น.
โทร. 0-2201-1120
2. ช่องหมายเลข 6 งานเวชระเบียน ชั้น 1 อาคารสมเด็จพระเทพรัตน์ ทุกวันราชการ ตั้งแต่เวลา 07.00 – 15.00 น.
โทร 0-2200-4013-15
 
ขั้นตอนการลงทะเบียนสแกนลายนิ้วมือเข้าร่วมโครงการเบิกจ่ายตรงฯ
1. ผู้ป่วยแจ้งความประสงค์ในการสมัครเข้าร่วมโครงการเบิกจ่ายตรง พร้อมยื่นบัตรประจำตัวประชาชน (ฉบับจริง) และบัตรโรงพยาบาล    
2. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสิทธิจากฐานข้อมูลบุคลากรภาครัฐ ของกรมบัญชีกลาง/กรุงเทพมหานคร
   พบชื่อ – เจ้าหน้าที่พิมพ์ใบสมัคร
   ไม่พบชื่อ – ผู้ป่วยต้องกลับไปติดต่อนายทะเบียนของส่วนราชการที่ตนสังกัดอยู่ เพื่อปรับปรุงข้อมูลในฐานข้อมูลบุคลากรภาครัฐ ของกรมบัญชีกลาง/กรุงเทพมหานคร หลังจากมีชื่อในฐานข้อมูลฯ แล้ว จึงจะทำการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้
3. เจ้าหน้าที่เรียกชื่อผู้ป่วยรับใบสมัคร เพื่อกรอกข้อมูล วัน เดือน ปีเกิด, หมายเลขโทรศัพท์  พร้อมลงลายมือชื่อผู้สมัคร และผู้รับยาแทน
(ถ้ามี) ลงในใบสมัคร และนำใบสมัครไปชำระเงินค่าลงทะเบียน 50 บาท ที่การเงิน
4. ผู้ป่วยคืนใบสมัครให้กับเจ้าหน้าที่ เพื่อตรวจสอบความครบถ้วน ถูกต้องของข้อมูล และบันทึกข้อมูลลงในระบบ ก่อนเรียกชื่อผู้ป่วย  เพื่อสแกนลายนิ้วมือให้ผู้ป่วยและผู้รับยาแทน (ถ้ามี)
5. ผู้ป่วยและผู้รับยาแทน (ถ้ามี) สแกนลายนิ้วมือ เมื่อเจ้าหน้าที่เรียกชื่อ
6. ผู้ป่วยรับบัตรโรงพยาบาล และบัตรประจำตัวประชาชนคืนจากเจ้าหน้าที่ พร้อมรับฟังคำแนะนำใช้สิทธิจากเจ้าหน้าที่
7. ผู้ป่วยสามารถใช้สิทธิเบิกจ่ายตรงได้หลังจากลงทะเบียนสแกนลายนิ้วมือแล้วประมาณ 15-20 วัน
 
คำแนะนำสำหรับผู้ที่ไม่มีชื่อในฐานข้อมูลบุคลากรภาครัฐของกรมบัญชีกลาง/กรุงเทพมหานคร
1. ติดต่อนายทะเบียนของส่วนราชการที่ตนสังกัดอยู่  เพื่อทำการปรับปรุงข้อมูลในฐานข้อมูลให้สมบูรณ์ ถูกต้อง
2. กรณีผู้ป่วยเป็นผู้อาศัยสิทธิ จะต้องแจ้งผู้มีสิทธิให้ไปติดต่อนายทะเบียนของส่วนราชการที่ตนสังกัดอยู่ เพื่อดำเนินการตามข้อ 1
3. หลังจากมีชื่อในฐานข้อมูลฯ ถูกต้องแล้ว จึงจะสามารถลงทะเบียนสมัครเข้าร่วมโครงการเบิกจ่ายตรงฯ ในสถานพยาบาลของทางราชการได้ทุกแห่ง
4. กรมบัญชีกลางจะปรับปรุงข้อมูลที่สมบูรณ์แล้วทุก 15 วัน (วันที่ 4 และ 18 ของเดือน)
 
ข้อควรทราบ
1. ผู้มีสิทธิสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการเบิกจ่ายตรงผู้ป่วยนอกได้มากกว่า 1 โรงพยาบาล โดยไม่จำกัดโรงพยาบาลที่จะสมัคร
2. ข้าราชการที่ไปทำงาน Part-Time ทำให้มีสิทธิประกันสังคมด้วย จะเกิดสิทธิซ้ำซ้อน ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการเบิกจ่ายตรงฯ ได้ ส่วนบุคคลในครอบครัวยังสามารถใช้สิทธิเบิกค่ารักษาจากทางราชการได้โดยไม่ถูกระงับสิทธิ
3. กรณีผู้ป่วยในที่มีฐานข้อมูลสมบูรณ์แล้ว ผู้มีสิทธิ์ไม่ต้องขอหนังสือจากต้นสังกัด สามารถติดต่อได้ที่หน่วยลงทะเบียนผู้ป่วยใน ชั้น 1 อาคาร 4
 
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
  งานเวชระเบียน โรงพยาบาลรามาธิบดี
โทร. 0-2201-1120, 0-2200-4013-15  ทุกวันราชการระหว่างเวลา 07.00-15.00 น.
     กลุ่มงานสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ (กสพ.) กรมบัญชีกลาง
     โทร. 0-2127-7000 ต่อ 4100  Website : www.cgd.go.th
     กรุงเทพมหานคร โทร. 0-2224-4681 หรือ 0-2221-2141-69 ต่อ 1663

ที่มา http://www.ra.mahidol.ac.th

ลิงค์แนะนำ กรมบัญชีกลาง



Subscribe to RSS headline updates from:
Powered by FeedBurner

รู้จักโครงการเบิกจ่ายตรงเงินสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล

รู้จักโครงการเบิกจ่ายตรงเงินสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล

        ระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลของข้าราชการแต่เดิมผู้ป่วยนอกต้องทดรองจ่ายเงินไปก่อน  แล้วจึงนำใบเสร็จมาเบิกเงินคืนจากสำนักงานคลังภายหลัง  ที่ผ่านมามีการเบิกจ่ายเงินเกินกว่าความเป็นจริง  รัฐบาลต้องจ่ายงบประมาณเพิ่มขึ้นทุกปี  และด้วยสภาพเศรษฐกิจที่ถดถอย  ทำให้เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2543  มีมติคณะรัฐมนตรีให้กระทรวงการคลังปฏิรูประบบสวัสดิการรักษาพยาบาล  เป็นระบบที่ทางสถานพยาบาลจะวางเบิกค่ารักษาพยาบาลกับกรมบัญชีกลางโดยตรง โดยมีเป้าหมาย  8  ประการคือ

1. ไม่รอนสิทธิ  
2. อาจเพิกถอนหรือจำกัดได้ หรือเรื้อรัง หากไม่เป็นธรรมกับระบบ  
3. ควบคุมค่าใช้จ่ายได้
4. เกิดผลกระทบคุณภาพของการบริการน้อยที่สุด
5. เน้นค่าใช้จ่ายของโรคที่รุนแรง
6. ให้ผู้มีสิทธิได้เลือกใช้สถานบริการได้
7. สร้างระบบสารสนเทศ
8. สร้างกลไลเพื่อตรวจสอบความโปร่งใส

โครงการเบิกจ่ายตรง คือ โครงการคู่ขนานกับระบบเบิกจ่ายค่ารักษาเดิม(ใบเสร็จ,หนังสือต้นสังกัด)  เป็นโครงการแบบสมัครใจสำหรับผู้มีสิทธิและบุคคลในครอบครัว  ยกเว้นผู้ป่วยไตวายเรื้อรังและผู้ป่วยมะเร็งที่จำเป็นต้องใช้ยานอกบัญชีหลักแห่งชาติที่มีค่าใช้จ่ายสูง 6 ชนิด  ต้องเข้าระบบเบิกจ่ายตรงทุกคน  สิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการเบิกจ่ายตรง  คือ
ผู้ป่วยนอก  :  ไม่ต้องทดรองจ่ายเงินไปก่อน
ผู้ป่วยใน  :  ไม่ต้องมีหนังสือรับรองการมีสิทธิ (หนังสือส่งตัว) จากต้นสังกัดไปยื่นให้สถานพยาบาลก่อนเข้ารับการรักษา

เพื่อให้เกิดความถูกต้องตามระเบียบการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล  กรมบัญชีกลางจึงเห็นควรให้มีการจัดทำฐานข้อมูลเพื่อยืนยันสิทธิการรักษาพยาบาลของตนเองและบุคคลในครอบครัว  ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะถูกนำไปใช้เชื่อมโยงกับการจ่ายเงินบำเหน็จตกทอดอีกด้วย  โดยมีแนวปฏิบัติของผู้ใช้สิทธิการเบิกจ่ายตรงค่ารักษาพยาบาล  ดังนี้

1. ผู้ใช้สิทธิเบิกจ่ายตรงค่ารักษาพยาบาลกรณีผู้ป่วยนอก  ต้องเป็นข้าราชการ  ลูกจ้างประจำ  ผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ  และบุคคลในครอบครัว (บุตรบุญธรรมไม่สามารถใช้สิทธิจ่ายตรงได้) ที่มีชื่อในฐานข้อมูลบุคลากรภาครัฐของกรมบัญชีกลาง  โดยติดต่อนายทะเบียนที่ต้นสังกัดเพื่อจัดทำฐานข้อมูลบุคลากรภาครัฐให้สมบูรณ์ครบถ้วน

2. กรมบัญชีกลางปรับปรุงข้อมูลที่สมบูรณ์แล้วทุก  15  วัน (วันที่ 4  และวันที่ 8 ของเดือน)  ข้าราชการ  ลูกจ้างประจำ  ผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ  และบุคคลในครอบครัวสามารถตรวจสอบว่ามีชื่อในฐานข้อมูลตามข้อ 1  หรือไม่  ผ่าน website กรมบัญชีกลาง (www.cgd.go.th)  โดยเข้าไปที่หัวข้อสวัสดิการรักษาพยาบาลและเลือกรายการตรวจสอบสิทธิการรักษาสวัสดิการ

2.1 กรณีที่ตรวจสอบแล้วมีชื่อ  :  ต้องสมัครลงทะเบียนและแสกนลายนิ้วมือ ณ สถานพยาบาลที่จะเข้ารับการรักษาก่อน  (ไม่จำกัดจำนวนโรงพยาบาลที่จะสมัคร)
กรณีผู้ป่วยนอก  สามารถใช้ระบบจ่ายตรงได้หลังจากลงทะเบียนแล้ว 15 วัน และในช่วง 15 วันนั้น  หากต้องเข้ารักษาพยาบาล  ให้นำใบเสร็จค่ารักษาพยาบาลไปวางเบิกกับต้นสังกัด

2.2 กรณีที่ตรวจสอบแล้วไม่มีชื่อ  :  ให้ข้าราชการ  ลูกจ้างประจำ  ผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ  และบุคคลในครอบครัว  ติดต่อนายทะเบียนของส่วนราชการที่ตนสังกัดอยู่  เพื่อทำการปรับปรุงข้อมูลในฐานข้อมูลบุคลากรภาครัฐของกรมบัญชีกลาง  กรณีที่บิดา-มารดาของข้าราชการที่มีบุตรเป็นข้าราชการหลายคน  ฐานข้อมูลรักษาพยาบาลของบุตร(ที่เป็นข้าราชการ)ทุกคนต้องถูกต้องตรงกัน  หากมีข้อมูลของรายใดไม่ถูกต้องสมบูรณ์  อาจทำให้บิดา-มารดาไม่มีสิทธิรักษาพยาบาลได้  จึงต้องปรับปรุงข้อมูลของผู้มีสิทธิในฐานข้อมูลฯ ให้สมบูรณ์  หลังจากมีชื่อในฐานข้อมูลฯ แล้ว  จึงจะสามารถสมัครลงทะเบียนตามข้อ 2.1 ได้

3. ข้าราชการ  ลูกจ้างประจำ  ผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ  และบุคคลในครอบครัวที่มีสิทธิซ้ำซ้อน (เช่น  สิทธิประกันสังคม  ข้าราชการรัฐวิสาหกิจ  สิทธิองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  เช่น อบต., เทศบาล, ครูเอกชนฯ)  ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการจ่ายตรงรักษาพยาบาลได้  ต้องใช้ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาลหรือหนังสือรับรองจากต้นสังกัด(ใบส่งตัว)  ประกอบการเบิกจ่ายจากต้นสังกัดของตน  เว้นแต่ค่ารักษาพยาบาลที่ได้รับนั้นต่ำกว่าเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลที่มีสิทธิจะได้รับจากทางราชการ  ก็มีสิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาลส่วนที่ขาดอยู่ได้

4. หนังสือรับรองการมีสิทธิสำหรับโครงการผู้ป่วยนอกรักษาต่อเนื่อง (แบบ 7101/1), หนังสือรับรองการมีสิทธิรับเงินค่ารักษาพยาบาล (แบบ7100/1),  และวิธีการรับรองใช้ยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติ  ไม่สามารถนำมายื่นต่อสถานพยาบาลได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2549   เพราะผู้รับการรักษาโรคต่อเนื่อง  ต้องเข้าระบบจ่ายตรงค่ารักษาพยาบาลทุกคน

5. ข้าราชการ  ลูกจ้างประจำ  ผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ  และบุคคลในครอบครัวที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการจ่ายตรงค่ารักษาพยาบาลยังคงสามารถนำใบเสร็จค่ารักษาพยาบาลมาวางเบิกกับต้นสังกัดกรณีเข้ารับการรักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยนอก  และขอหนังสือต้นสังกัดกรณีเข้ารับการรักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยในได้ตามปกติ
หากเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลของรัฐที่ไม่ใช่โรงพยาบาลที่ใช้สิทธิเบิกจ่ายตรง  สามารถนำใบเสร็จค่ารักษาพยาบาลมาเบิกจากต้นสังกัดได้
การตรวจสุขภาพประจำปีไม่สามารถใช้สิทธิเบิกจ่ายตรงได้  ต้องนำใบเสร็จมาเบิกจากต้นสังกัด

6. กรณีเข้ารับการรักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยใน  หากตรวจสอบแล้วมีชื่อตามข้อ 2.1  สามารถแจ้งโรงพยาบาล  เพื่อให้ขอเลขอนุมัติแทนหนังสือรับรองการมีสิทธิทาง web page ได้
หนังสือรับรองสิทธิฯ จากต้นสังกัดของผู้ป่วยยังใช้ได้อยู่  เหตุที่ยังคงหนังสือรับรองสิทธิในกรณีผู้ป่วยใน  เป็นเพราะการปรับปรุงฐานข้อมูลผู้มีสิทธิฯ  จากต้นสังกัดอาจจะต้องใช้เวลาเกินกว่าระยะเวลาการรักษาตัวในสถานพยาบาลก็ได้  ซึ่งถ้าเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นก็จะเป็นปัญหากับการเบิกของสถานพยาบาลเอง  ในอนาคตเมื่อฐานข้อมูลผู้มีสิทธิฯ สมบูรณ์ขึ้น   เชื่อว่าผู้ป่วยจะใช้หนังสือรับรองสิทธิลดลงและเลิกไปในที่สุด

ระบบจ่ายตรงค่ารักษาพยาบาลได้เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2549  เมื่อลงทะเบียนครั้งแรกครั้งเดียวใช้ได้ตลอดไป  ทั้งนี้เพื่อให้ข้าราชการ  ลูกจ้างประจำ  ผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ  และบุคคลในครอบครัวได้รับคุณภาพในการรักษาพยาบาลเพิ่มมากขึ้นอย่างเป็นธรรม  สามารถควบคุมและตรวจสอบค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ทำให้ผู้มีสิทธิได้รับความสะดวกและลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลโดยยังได้สิทธิเหมือนเดิม  หากผู้มีสิทธิมีข้อสงสัยหรือต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามไปยัง  กลุ่มงานสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ (กสพ) โทร. 02-2710686-90 ต่อ 4441, 4684, 4318, 4319 หรือที่ www.cgd.go.th

ข้อมูลโดย 
เกตน์รดา  โชติการ
นักวิชาการเงินและบัญชี
สถาบันทักษิณคดีศึกษา

ตรวจสอบข้อมูลผู้มีสิทธิในโครงการเบิกจ่ายตรง ได้ที่นี่ http://welcgd.cgd.go.th/wel
สถานพยาบาล ในการเคลม / รับรองสิทธิ คลิกที่นี่ http://cs1.chi.or.th

error: Content is protected !!