ป้ายกำกับ: กินอย่างไรห่างไกลนิ่ว

น้ำส้มห่างไกลนิ่ว

น้ำส้มคั้นเป็นเครื่องดื่มยอดฮิตของสาวๆ หลายคน นอกจากจะมีวิตามินซีซึ่งดีต่อผิวพรรณแล้ว ยังมีผลดีต่อสุขภาพอีกด้วย

      มีงานวิจัยที่เผยว่าการดื่มน้ำส้มคั้นวันละ 1 แก้ว จะช่วยป้องกันการเกิดโรคนิ่วได้ ซึ่งถือว่ามีประสิทธิภาพดีกว่าน้ำผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวอื่นๆ เช่น น้ำมะนาว แต่ก่อนกลุ่มนักวิจัยส่วนใหญ่มักคิดว่าการดื่มน้ำผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวไม่ว่าจากผลไม้ชนิดใด ก็สามารถป้องกันการเกิดนิ่วในไตได้เหมือนกัน เนื่องจากเครื่องดื่มเหล่านี้มีสารซิเตรด จากธรรมชาติที่ช่วยเพิ่มปริมาณซิเตรตในปัสสาวะ และลดความเป็นกรดของปัสสาวะจึงลดการเกิดนิ่วในไตได้

      แต่ล่าสุดพบว่า แม้ว่าน้ำผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวทั้งหลายจะมีปริมาณซิเตรตที่ใกล้เคียงกัน แต่มีน้ำผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวเพียงบางชนิดเท่านั้นที่อาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดนิ่วในไตได้ โดยโรคนิ่วในไตนั้นมักเกิดจากการที่ปัสสาวะมีความเข้มข้นมากจนตกตะกอนเป็นนิ่ว ซึ่งมักเกิดที่ไตบริเวณกรวยไต และเมื่อก้อนนิ่วหลุดลงมาท่อไตก็จะเกิดอาการปวดท้องทันที และพบว่าเมื่อเป็นนิ่วแล้วก็มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นซ้ำอีกในเวลา 10 ปี ทำให้หลายคนที่เคยเป็นโรคนี้ต้องหันมากินยาที่ลดกรดยูริกในปัสสาวะ จำพวกโพแทสเซียมซิเตรต เพื่อช่วยป้องกันการเกิดใหม่ของก้อนนิ่ว แต่ก็อาจจะมีผลข้างเคียงทำให้เกิดการระคายเคืองในระบบทางเดินอาหารได้ บางคนจึงหันไปดื่มน้ำผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวที่มีสารซิเตรตจากธรรมชาติแทนเพื่อป้องกันไม่ให้ก้อนนิ่วเกิดซ้ำอีก โดยเฉพาะน้ำส้มคั้น

      กลุ่มนักวิจัยเชื่อว่าการที่น้ำส้มคั้นมีประสิทธิภาพดีกว่าน้ำมะนาวในการยับยั้งการเกิดโรคนิ่วในไตได้ ทั้งๆ ที่เครื่องดื่มทั้งสองนั้นมีปริมาณของสารซิเตรตที่ใกล้เคียงกัน อาจเป็นผลมากจากส่วนประกอบอื่นที่แตกต่างกันในน้ำผลไม้ทั้งสอง การดื่มน้ำมะนาวนั้นจะได้รับทั้งสารซิเตรต และไฮโดรเจน แต่ไฮโดรเจนจะไปขัดขวางการทำงานของสารซิเตรตในการที่จะลดภาวะความเป็นกรดของปัสสาวะ ขณะที่การดื่มน้ำส้มคั้นจะได้ทั้งสารซิเตรตและโพแทสเซียม ซึ่งโพแทสเซียมที่ไม่มีผลต่อการทำงานของสารซิเตรตแต่อย่างใด ทำให้น้ำส้มจึงกลายเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการป้องกันการเกิดโรคนิ่วในไตได้

กินอย่างไรห่างไกลโรคนิ่ว

แม้ว่าโรคนิ่วจะสามารถรักษาได้ แต่ก็คงไม่มีใครอยากให้เป็น แล้วทำอย่างไร ถึงจะห่างไกลจากโรคนี้

นพ.ดนัยพันธ์ อัครสกุล หัวหน้างานศัลยศาสตร์ทางเดินปัสสาวะ กลุ่มงานศัลยกรรม รพ.ราชวิถี ให้ความรู้ว่า โรคนิ่วนั้นแบ่งออกเป็นสองชนิดหลักก็คือ นิ่วที่มีแคลเซียมกับนิ่วที่ไม่มีแคลเซียม

“นิ่วที่มีแคลเซียม” นิ่วประเภทนี้จะเหมือนกระดูกเอ็กซเรย์แล้วเห็นง่ายยิ่งเห็นสีเข้ม แสดงว่า นิ่วแข็งมากการรักษาก็ลำบาก ส่วน “นิ่วที่ไม่มีแคลเซียม” นิ่วแบบนี้เอ็กซเรย์ธรรมดาจะไม่เห็น ต้องทำวิธีพิเศษ เช่น ซีทีสแกน หรือ อัลตราซาวนด์ แต่อัลตราซาวนด์จะเห็นแค่ช่วงไตและท่อปัสสาวะ

การเป็นนิ่ว ใช่ว่าจะจบเพียงแค่นั้น เพราะมันยังสามารถมีภาวะแทรกซ้อนตามมา เช่น ติดเชื้อ ไตเป็นหนอง ต้องตัดไตออก หรืออาจนำไปสู่ภาวะไตวายได้เช่นกัน อาหารการกินนั้นเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งต่อการเกิดโรคนิ่ว ดังนั้น นี่คือ แนวทางที่ต้องรู้ในการบริโภคเพื่อห่างไกลจากโรคนิ่วไปชั่วนิจนิรันดร์

1.อาหารที่ควรเลี่ยง
1.1 ผักที่มีสีเขียวเข้มเคี้ยวแล้วกรุบๆ กรอบๆ มีแคลเซียมสูงอาจทำให้เป็นนิ่วได้
1.2 ชาที่เข้มหรือชงหลายครั้งมาก จะมีออกซาเลดหลุดออกมา การทานชาที่ถูกต้องควรทานน้ำเดียวชงครั้งเดียวแล้วทิ้งเลย
1.3 วิตามินซี (จำพวกยาเสริม) ถ้าทานเกินสามกรัมต่อวัน จะทำให้เกิดผลึกออกซาเลตและเป็นนิ่วได้ เพราะวิตามินซีที่ทานเข้าไป สามารถถ่ายเทออกทางท่อปัสสาวะและอาจจะมีการตกค้าง หากทานในปริมาณที่มาก
1.4 บางคนเชื่อว่า ดื่มโซดาช่วยให้ไม่เป็นนิ่วได้ ตรงนี้ไม่มีตัวเลขชัดเจน แต่มีบางแหล่งข้อมูลระบุว่าโซดาสามารถทำให้เกิดนิ่วได้

2.อาหารที่ควรรับประทาน
2.1 ควรดื่มน้ำสะอาด มากกว่า 8 แก้วต่อวัน โดยดื่มทีละน้อยตลอดวัน
2.2 ควรดื่มน้ำผลไม้อย่างน้อย 2ชนิดต่อวัน โดยเฉพาะชนิดที่มีซิเทรต สารต้านอนุมูลอิสระ แร่ธาตุจำพวกโพแทสเซียม แมกนิเซียมสูง เช่น น้ำมะนาวเข้มข้น น้ำส้ม น้ำแอปเปิล
2.3 ทานผัก ธัญพืช และผลไม้ ซึ่งมีวิตามิน ใยอาหาร และแร่ธาตุที่ช่วยยับยั้งการเกิดนิ่ว ลดการทำลายของเซลล์เยื่อบุหลอดไต ลดการอักเสบ เพิ่มซิเทรตในปัสสาวะ
2.4 ไขมันจากพืชและจากปลา มีกรดไขมันโอเมก้า-3ช่วยลดการอักเสบการเสื่อมของไต และลดปริมาณแคลเซียมที่เป็นสารก่อนิ่ว

ที่มา : ผู้จัดการ/by สาระแห่งสุขภาพ