ไทยประสบความสำเร็จ ‘ตรวจหาเชื้อจากน้ำลาย’ รู้ผลภายใน 1 ชม. เตรียมปฏิบัติเชิงรุกโควิด-19

24 เม.ย.

ไทยประสบความสำเร็จ ‘ตรวจหาเชื้อจากน้ำลาย’ รู้ผลภายใน 1 ชม. เตรียมปฏิบัติเชิงรุกโควิด-19

การค้นหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 แบบเชิงรุก จะทำให้ประเทศไทยควบคุมสถานการณ์การระบาดของโรคได้ และล่าสุดคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ประสบความสำเร็จในการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ได้จากน้ำลาย วิธีการนี้จะทำให้ทราบผลเร็ว แม่นยำ ที่สำคัญเสียค่าตรวจราคาถูก และบุคลากรทางการแพทย์ไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ

ขั้นตอนการตรวจเชื้อโควิด-19 ด้วยการเก็บตัวอย่างจากโพรงหลังจมูก และลำคอ มีเสียงสะท้อนจากผู้เข้าไปตรวจหาเชื้อว่ามีความระคายเคืองและเจ็บ ระหว่างการตรวจอาจไอ หรือจาม ทำให้บุคลากรทางการแพทย์ต้องสวมชุดป้องกัน และหน้ากากอนามัยอย่างรัดกุม เพราะเสี่ยงต่อการติดเชื้ออย่างมาก

และเจ้าหน้าที่ต้องอยู่ในห้องความดันลบเพื่อแยกจากผู้มาตรวจเชื้อ อีกทั้งเสียค่าตรวจในราคาสูงมาก เพราะน้ำยาที่ใช้ตรวจราคาแพง และช่วงที่ผ่านมาขาดแคลนจากการนำเข้า ช่วงที่มีการระบาดอย่างหนักในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ได้ร่วมกับคณะวิจัย พบวิธีตรวจหาเชื้อวิธีใหม่ ที่จะลดอุปสรรคได้เกือบทั้งหมด ด้วยการตรวจหาเชื้อจากน้ำลาย เพียงถ่มน้ำลายลงกระปุก และบรรจุถุงซิปล็อค 3ชั้น ด้วยวิธีการไม่ซับซ้อน ทำให้บุคลากรทางการแพทย์ไม่ต้องเสี่ยงต่อการกระจายของเชื้อ

และผลที่ได้รับมีความแม่นยำ จากการเก็บตัวอย่าง200 คนที่มารับการตรวจที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้ทดลองตรวจเชื้อจากน้ำลาย พบมีผู้ติดเชื้อ 19 ราย อีกทั้งได้นำชุดตรวจไปลงพื้นที่เสี่ยงที่พัทยา บางละมุง เก็บตัวอย่าง2พันคนได้ผลในเวลารวดเร็ว

การใช้วิธีการตรวจจากน้ำลายด้วยเทคโนโลยี Lamp PCR ขณะนี้ไดพัฒนาชุดตรวจได้ 1แสนชุด น้ำยาตรวจถูกลงมา 5เท่าจากวิธีการตรวจเดิม ซึ่งค่าตรวจจะลดลงในรพ.รัฐจาก2000บาท เหลือไม่เกิน500 บาท ซึ่งสัปดาห์หน้า รพ.รามาธิบดีจะเริ่มใช้การค้นหาผู้ติดเชื้อด้วยการตรวจจากน้ำลาย

การค้นหาผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็วแบบเชิงรุก จะทำให้หยุดแพร่เชื้อต่อคนในครอบครัว หรือเมื่อมาถึงรพ.ก็จะไม่แพร่เชื้อต่อบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งวิธีการค้นหาผู้ติดเชื้อจากน้ำลาย จะนำไปใช้ในชุมชน และในต่างจังหวัดในสัปดาห์หน้า ซึ่งเป็นการสแกนหาผู้ติดเชื้อได้

error: Content is protected !!