พฤษภาคม 17, 2021

Information@news

สาระและข่าวสาร

เมนูลดน้ำตาลดีต่อสุขภาพอร่อยได้ไม่เพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด

1 min read
เมนูลดน้ำตาลดีต่อสุขภาพอร่อยได้ไม่เพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด

อาหารที่ช่วยลดน้ำตาล​ในเลือด ดีกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เรียกได้ว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพสำหรับทุกคน

การลดระดับน้ำตาลในเลือด ไม่จำเป็นต้องพึ่งยาเสมอไป แต่อาหารใกล้ตัวก็สามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด หรืออย่างน้อย ๆ ก็ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ตัวช่วยจะได้ลดภาระของไตจากยาเคมีไปได้บ้าง

  1. แอปเปิลไซเดอร์
    เพียง 1 ช้อนชาของแอปเปิลไซเดอร์ ผสมกับน้ำเปล่า 1 แก้ว จิบระหว่างมื้ออาหาร ผลการศึกษาจาก Diabetes Care พบว่าสามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ โดยแอปเปิลไซเดอร์จะเข้าไปกระตุ้นการหลั่งของอินซูลิน และเข้าไปควบคุมอินซูลินในกระแสเลือด หลังจากที่ร่างกายย่อยอาหารประเภทแป้งไป ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่พุ่งจนเสี่ยงต่อโรคเบาหวานชนิดที่ 2
  2. กระเทียม หอมแดง
    นอกจากสรรพคุณของกระเทียมในเรื่องช่วยลดไขมันในเลือดแล้ว การศึกษาเมื่อปี 2006 และปี 2012 ยังพบว่า สารสกัดในกระเทียมมีประโยชน์ในด้านลดน้ำตาลในเลือดด้วย โดยเฉพาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 สารสกัดในกระเทียมจะเข้าไปกระตุ้นการหลั่งอินซูลินในร่างกายผู้ป่วยได้ รวมทั้งหัวหอมและหอมแดงก็เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณลดน้ำตาลในเลือดเช่นเดียวกัน
  1. อะโวคาโด
    สิ่งสำคัญในอะโวคาโดที่ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ก็คือกรดไขมันอิ่มตัว หรือ MUFAs ซึ่งพบได้ในถั่ว เมล็ดธัญพืช มะกอก น้ำมันมะกอก และแฟลกซ์ซีดด้วยเช่นกัน
    โดยกรดไขมันอิ่มตัวนี้จะช่วยลดความเสี่ยงกลุ่มอาการโรคอ้วนลงพุง Metabolic Syndrome ซึ่งมีโรคเบาหวานเป็นหนึ่งในกลุ่มโรคนี้ด้วย เนื่องจากกรดไขมันอิ่มตัวจะเข้าไปชะลอการไหลเวียนของน้ำตาลในเลือด พร้อมทั้งลดภาวะต้านอินซูลินในร่างกาย อีกทั้งกรดไขมันอิ่มตัวยังช่วยเพิ่มความรู้สึกอิ่มหลังมื้ออาหาร แถมยังดีต่อความดันโลหิต และป้องกันการอักเสบอีกต่างหาก
  2. ผักใบเขียว
    พืชผักใบเขียวแทบทุกชนิดจะอุดมไปด้วยแมกนีเซียม ตัวช่วยสุดยอดที่ลดระดับน้ำตาลในเลือดได้เป็นอย่างดี เพราะแมกนีเซียมไม่เพียงแต่ดีต่อสุขภาพเลือดเท่านั้น แต่ยังจัดเป็นแหล่งสารอาหารชั้นเลิศของเลือดด้วย ดังนั้นเมื่อกินผักใบเขียวเข้าไป เลือดก็จะได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ เสริมสร้างความแข็งแกร่ง และคอนโทรลระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น
  3. อัลมอนด์
    อัลมอนด์มีดีทั้งแมกนีเซียม ไฟเบอร์ โปรตีน แถมยังมีโครเมียมที่เปี่ยมไปด้วยสรรพคุณลดระดับน้ำตาลในเลือด โดยนักโภชนาการก็แนะนำให้รับประทานอัลมอนด์สักวันละ 1 กำมือเล็ก ๆ แค่นี้ก็เหมือนระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในคอนโทรลของเราแล้ว
    แอลฟีนิบอะบานีนจากอัลมอนด์ ช่วยส่งเสริมการทำงานของอินซูลืนช่วยในการใช้นำตาลทำให้ควบคุมเบาหวานและคุมนำ้หนักได้ดี
    – ลดภาวะซึมเศร้า
    – เพิ่มฮอร์โมนแห่งความสุขแจ่มใส ลดความเครียด ผ่อนคลาย สบาย หลับลึกและหลับสบาย ช่วยปรับอารมณ์ให้คงที่ไม่แปรปรวน บำรุงผิวพรรณให้สดใสเปล่งออร่า
  4. โฮลเกรน
    โฮลเกรนหรือโฮลวีททุกชนิดเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ที่ร่างกายจะย่อยคาร์โบไฮเดรตชนิดนี้อย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่พุ่งพล่าน อีกทั้งโฮลเกรนยังอุดมไปด้วยแมกนีเซียม ตัวช่วยดี ๆ ของเลือดอีกต่างหาก
  5. แซลมอน
    แซลมอนเป็นแหล่งสารอาหารชั้นยอดที่พกมาทั้งโปรตีน กรดไขมันโอเมก้า 3 ไนอาซิน และวิตามินดี ซึ่งทั้งกรดไขมันโอเมก้า 3 และวิตามินดีก็มีสรรพคุณช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้พอ ๆ กัน อีกทั้งวิตามินดียังช่วยลดอาการอักเสบ ซึ่งก็จะได้ผลพวงในเรื่องต้านอินซูลินด้วย
  6. ส้ม
    จากคำอ้างอิงของ American Diabetes Association ที่แนะนำว่าส้มช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้ ด้วยเพราะส้มเป็นผลไม้ที่มีค่าดัชนีน้ำตาลค่อนข้างต่ำ ดังนั้นจึงไม่ส่งผลกระทบกับระดับน้ำตาลในเลือด แปลว่ากินส้มแล้วระดับน้ำตาลในเลือดจะไม่พุ่งปรี๊ดปร๊าดให้ต้องเสียวสันหลังนั่นเอง
  7. ข้าวโอ๊ต
    ข้าวโอ๊ตมีไฟเบอร์สูง มีประโยชน์ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือด อีกทั้งข้าวโอ๊ตยังจัดเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ร่างกายจึงสามารถดูดซึมสารอาหารและเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาลอย่างค่อยเป็นค่อยไป จึงไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสั่นสะเทือนแน่นอน
  8. ชาเขียว
    ผลการศึกษาจาก National Center for Complementary และ Alternative Medicine เผยว่า ชาเขียวสามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด แถมยังมีคุณสมบัติช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือดด้วย ฉะนั้นจะบอกว่าชาเขียวดีต่อผู้ป่วยโรคเบาหวาน ดีต่อคนที่อยากลดระดับคอเลสเตอรอล และเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพของคนทุกวัยก็ไม่ผิดนัก
  9. โครเมียม สามารถช่วยในการควบคุมน้ำหนัก
    โครเมี่ยมพิโคลิเนตจากธรรมชาติ
    -ข่วยกระชับสัดส่วนเร่งเผาผลาญไขมันส่วนเกิน
    -ล้างสารพิษ ล้างตับ
    -ลดนำ้ตาลในเลือด ช่วยเพิ่มการดูดซึมนำ้ตาลเข้าเซลทำให้ประบลดระดับนำ้ตาลในเลือด-ลดไขมัน& ไขมันพอกตับ
    -ลดเซลลูไลทใต้ผิวหนัง

ปริมาณโครเมียมสำรองของร่างกายอยู่ที่ประมาณ 4-6 มก. เมื่ออายุเพิ่มขึ้นความเข้มข้นของโครเมียมในเนื้อเยื่อต่างๆอาจลดลงอย่างมีนัยสำคัญ การรับประทานของหวานอาจช่วยบรรเทาความอยากของหวานได้ชั่วคราวเพราะให้พลังงานในทันที แต่ผลจะหายไปหลังจากนั้นไม่นาน ในระยะยาวความอยากอาหารดังกล่าวกลับส่งผลเสียต่อน้ำหนักตัว
การเสริม โครเมียมช่วยให้ร่างกายรักษาระดับน้ำตาลในเลือดปกติและป้องกันไม่ให้สถานการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น การลดน้ำตาลจะส่งผลดีต่อการลดน้ำหนักในระยะยาว
โครเมียมทำหน้าที่สำคัญ ช่วยในกระบวนการเผาผลาญสารอาหารชนิด macronutrient (ธาตุอาหารหลัก) และยังช่วยคุมระดับน้ำตาลในเลือด
แหล่งอาหารที่สามารถพบแร่ธาตุโครเมียม ได้แก่ ไก่ หอยกาบ ตับลูกวัว จมูกข้าวสาลี น้ำมันข้าวโพด บริเวอร์ยีสต์ เป็นต้น โดยหลักประกันที่ดีที่สุดที่จะมั่นใจได้ว่าร่างกายไม่ได้ขาดแร่ธาตุนี้ คือการรับประทานอาหารให้หลากหลาย ซึ่งจะทำให้ได้รับสารอาหารอื่น ๆ ที่จำเป็นอีกด้วย
การผสมผสานโครเมียมกับเส้นใยอาหารในปริมาณสูงก็เป็นประโยชน์เช่นกัน ตรงกันข้ามกับคาร์โบไฮเดรตเช่นน้ำตาล ใยอาหารทำให้อิ่มนาน แต่จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่าการหมักของใยอาหารในลำไส้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่สามารถยับยั้งหรือควบคุมความอยากอาหารที่จะช่วยสนับสนุนการลดน้ำหนัก
แต่ควรจำไว้ว่าจะไม่เกิดขึ้นชั่วเวลาข้ามคืน การลดน้ำหนักต้องใช้เวลาและความพยายามคะ

  1. Bio-Fiber 
    ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เส้นใยอาหารเข้มข้น ทำจาก ต้นบีท (sugar beets) และเปลือกผลเลม่อน (Lemon peel) ช่วยทดแทนมื้ออาหารที่มีไฟเบอร์ต่ำ
  2. สารสกัดยีสต์จากไวน์ข้าว
    ช่วยย่อยอาหารและระบบทางเดินอาหาร
    -ช่วยการขับถ่ายดี
    -ปรับสมดุลย์ฮอร์โมนเลปติน-เกรลิน ทำให้ไม่รู้สึกหิวอิ่มนาน-รักษาสมดุลย์ระบบขับถ่าย

อยากลดระดับน้ำตาลในเลือดหรือป้องกันไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดและอยู่ในเกณฑ์ผิดปกติ ลองรับประทานอาหารเหล่านี้เป็นประจำดูนะคะ เพราะไม่เพียงแต่จะช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้เท่านั้น แต่อาหารทั้ง 13 อย่างยังจัดเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีต่อทุกคน แต่ที่สำคัญคือ ต้องปรับพฤติกรรมการกินอาหารของตัวเองด้วย และหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอจึงจะช่วยให้รักษาสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือดได้คงที่

สำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน พฤติกรรมการรับประทานอาหารเป็นปัจจัยสำคัญหนึ่งที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และบรรเทาอาการของโรคลงได้ ทั้งนี้อาหารสำหรับผู้ที่มีอาการของโรคเบาหวาน ไม่ได้แตกต่างจากอาหารที่คนทั่วไปกินกัน เพราะยังคงต้องทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพียงแต่จะต้องระวังในการเลือกชนิดอาหาร และควบคุมปริมาณให้เหมาะสม แน่นอนว่าสิ่งที่ควรทานแต่น้อย คือ ‘น้ำตาล’  นอกจากในขนมหวาน และน้ำหวานต่างๆ แล้ว ยังพบมากในอาหารจำพวกแป้งและผลไม้อีกด้วย

หลักการในการทานอาหารจำพวกแป้งง่ายๆ คือ เลือกทานข้าว หรือขนมปังที่ไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต เพราะจะเปลี่ยนเป็นน้ำตาลได้ยากกว่า โดยควรทานข้าวมื้อละไม่เกิน 2 – 3 ทัพพี หรือขนมปังไม่เกินมื้อละ 2 – 3 แผ่น และที่สำคัญควรกินผักให้มาก เพราะผักนอกจากจะมีวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นมากมายแล้ว มีเส้นใยอาหารจำนวนมาก ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลกลูโคสเข้าสู่กระแสเลือด  ทั้งนี้ ควรหลีกเลี่ยงผักประเภทผักแป้งเพราะมีปริมาณน้ำตาลเยอะ เช่น ข้าวโพด ฟักทอง เผือกมัน 

จากแนวทางในการทานอาหารข้างต้น ขอแนะนำ 5 เมนูที่อร่อยและดีต่อผู้ที่มีอาการของโรคเบาหวาน ได้แก่  ผัดผัก 5 สหายกุ้ง, แกงส้มปลากะพง, บุกผัดซีอิ๊วคะน้าไก่, บรอกโคลีผัดเห็ดหอม และลาบเห็ด มาดูวิธีทำแบบง่ายๆ กันดีกว่า 

1.ผัดผัก 5 สหายกุ้ง

ส่วนผสม
ดอกกะหล่ำ ½ ถ้วยตวง
บรอกโคลี ½ ถ้วยตวง
ข้าวโพดอ่อน ½ ถ้วยตวง
กระเทียม 1 ช้อนโต๊ะ
เห็ดฟาง 1 ถ้วยตวง
ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
แคร์รอต 1 ถ้วยตวง
กุ้งสด 1 ถ้วยตวง
น้ำมันผสมเอ็มเมอรัล สูตร Nutri Blend (สูตรสำหรับทอดและผัด) 2 ช้อนชา

วิธีทำ

1.นำกะหล่ำดอก แคร์รอต บรอกโคลี ที่หั่นแล้ว และข้าวโพดอ่อน มาลวกในน้ำร้อน แล้วแช่น้ำเย็นทันที ยกขึ้นให้สะเด็ดน้ำ

2.ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันผสมเอ็มเมอรัลสูตร Nutri Blend ลงไป นำกระเทียมสับละเอียดใส่ลงไป เจียวให้หอม

3.ใส่กุ้งลงไปผัดให้เกือบสุก ตามด้วยกะหล่ำดอก แคร์รอต บรอกโคลีที่ลวกไว้ จากนั้นตามด้วยเห็ดฟาง และข้าวโพดลง ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว แล้วผัดให้เข้ากัน ข้าวโพดจะให้ความหวานอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องใส่น้ำตาลเพิ่ม จากตักใส่จานพร้อมทาน

TIP: ใช้ผักหลากหลายในการปรุงเพื่อเพิ่มเส้นใยอาหาร ช่วยลดการดูดซึมของน้ำตาลในเลือด หากอยากเติมความหวานให้ใช้น้ำตาลหญ้าหวานแทน และใช้น้ำมันที่มีไขมันดีในการประกอบอาหาร

ประโยชน์จากเมนูนี้

– กะหล่ำดอก มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตต่ำ เส้นใยอาหารอาหารสูง ส่งผลดีต่อการควบคุมระดับน้ำตาล

– แคร์รอต ลดระดับน้ำตาลในเลือด

– บรอกโคลี เส้นใยอาหารสูง ช่วยลดการดูดซึมของน้ำตาล

– เห็ดฟาง ไม่มีไขมันไม่ทำให้อ้วน

– กระเทียม ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

2.แกงส้มปลากะพงผักรวม

ส่วนผสม
ปลากะพงหั่นชิ้น 7-8 ชิ้น
ถั่วฝักยาวหั่นท่อน 1 ถ้วย
พริกแกงเหลือง 3-4 ช้อนโต๊ะ
ส้มแขก 4-5 ชิ้น
มะละกอดิบหั่นฝาน 1 ถ้วย
น้ำปล 3-4 ช้อนโต๊ะ
แคร์รอตหั่นชิ้น 1 ถ้วย
น้ำตาลหญ้าหวาน 2-3 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น 3 ช้อนชา
น้ำมันผสมเอ็มเมอรัล สูตร Deep-frying Blend (สูตรสำหรับทอด) 1 ½  ถ้วย

วิธีทำ

1.นำปลากะพงไปคลุกเกลือให้ทั่วทิ้งไว้ประมาณ 10 – 15 นาที

2.ตั้งกระทะใส่น้ำมันผสมเอ็มเมอรัล สูตร Deep-frying Blend ลงไป ใช้ไฟกลาง เมื่อร้อนได้ที่ นำปลากะพงลงทอดให้สุกเหลืองสวยงาม จากนั้นตักขึ้นมาพักไว้

3.ตั้งน้ำให้เดือด ใส่ส้มแขกและพริกแกงส้มลงไป คนให้ละลายเข้ากัน

4.ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลหญ้าหวาน ชิมรสให้ได้ตามชอบ

5.ใส่มะละกอดิบหั่นฝาน แคร์รอต ถั่วฝักยาวลงไปต้มสักพักให้รสชาติเข้าเนื้อผัก จากนั้นใส่ปลากะพงที่ทอดเตรียมไว้ลงไป คนให้เข้าเนื้อ เมื่อน้ำเดือดอีกรอบ ปิดไฟ ยกลงจากเตาพร้อมเสิร์ฟ

TIP: ใช้น้ำตาลหญ้าหวานในการปรุงรส เพราะดีต่อสุขภาพ ไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง รวมถึงใช้น้ำมันที่มีไขมันที่ดี และเป็นน้ำมันสูตรสำหรับทอดโดยเฉพาะ

ประโยชน์จากเมนูนี้

– ปลากะพง มีไขมันต่ำ ดีต่อสุขภาพ

– ถั่วฝักยาว มีฟอสฟอรัสสูงช่วยในการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต และไขมัน

– แคร์รอต ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด

– มะละกอดิบ ช่วยล้างคราบไขมันตามผนังลำไส้ 

3. บุกผัดซีอิ๊วคะน้าไก่

ส่วนผสม
เนื้อไก่ 150 กรัม
กระเทียมสับ 2 กลีบ
คะน้า 8-10 ก้าน
ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
บุก 1 ถุง
พริกไทย ½ ช้อนชา
ไข่ไก่ 2 ฟอง
น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
น้ำตาลหญ้าหวาน ½ ช้อนชา
น้ำมันผสมเอ็มเมอรัล สูตร Stir-frying Blend (สูตรสำหรับผัด  2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1.หั่นผักคะน้า เนื้อไก่ และบุกให้เป็นชิ้นพอดีคำ (สามารถใช้บุกแบบเส้นแทนได้) ลวกเส้นบุกให้สุก เตรียมไว้

2.ตั้งกระทะใส่น้ำมันผสมเอ็มเมอรัล สูตร Stir-frying Blend ลงไป

3.ใส่กระเทียมลงไปผัดให้หอม ตามด้วยเนื้อไก่ ผัดให้เข้ากัน จากนั้นตอกไข่ใส่ลงไป

4.เติมผักคะน้าลงไป ตามด้วยบุกที่ลวกไว้ ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว น้ำตาลหญ้าหวาน ผัดให้เข้ากัน ก็ปิดไฟยกลงจากเตาได้เลย

5.ปรุงรสเพิ่มด้วยพริกไทยป่นและมะนาว เตรียมจัดใส่จานพร้อมรับประทานได้ทันที 

TIP: ใช้บุกหรือเส้นบุกแทนเส้นก๋วยเตี๋ยวเพื่อลดปริมาณคาร์โบไฮเดรต รวมถึงใช้น้ำตาลหญ้าหวานในการปรุงรสแทนน้ำตาลธรรมดา ไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดสูง ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว พริกไทยป่น ซึ่งเป็นสมุนไพรที่ดีต่อสุขภาพ

ประโยชน์จากเมนูนี้

– คะน้า มีเส้นใยอาหารมากช่วยลดการดูดซึมของน้ำตาล

– เส้นบุก ช่วยลดคอเลสเตอรอล มีเส้นใยอาหารช่วยลดการดูดซึมของน้ำตาล

– มะนาว ช่วยลดระดับไขมันเลว และมีการวิจัยพบว่า มีสรรพคุณดีต่อคนเป็นโรคเบาหวาน

4.บรอกโคลีผัดเห็ดหอม

ส่วนผสม
บรอกโคลี ½ หัว
น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
เห็ดหอมสด 4-5 ดอก
เกลือ 1-2 ช้อนชา
กระเทียมกลีบเล็กสับ 3-4 กลีบ
น้ำเปล่า 3-4 ถ้วย 
ซีอิ๊วขาว 2-3 ช้อนชา
น้ำมันผสมเอ็มเมอรัล สูตร Stir-frying Blend (สูตรสำหรับผัด) 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1.หั่นบรอกโคลี และเห็ดหอมเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ

2.ตั้งน้ำให้เดือดใส่เกลือเล็กน้อย นำบรอกโคลีลงไปลวกสักครู่ประมาณ 45 วินาที เพื่อให้สุกแต่ยังคงความกรอบ แล้วตักขึ้นแช่ในน้ำเย็นไว้

3.ตั้งกระทะใส่น้ำมันผสมเอ็มเมอรัล สูตร Stir-frying Blend ลงไป พอร้อนได้ที่ ให้ใส่กระเทียมลงไปผัดให้หอม

4.นำบรอกโคลีและเห็ดหอมใส่ลงไปผัดให้เข้ากัน

5.ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย ผัดให้เข้ากันสักครู่ (หากต้องการรสหวานสามารถใช้น้ำตาลหญ้าหวานได้) จากนั้นปิดไฟยกลงจากเตาตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟ

TIP: ใส่เกลือในการลวกผักเพื่อให้สีผักคงความเขียวสด กรอบอร่อย รวมถึงใช้น้ำมันที่มีไขมันที่ดี และเป็นสูตรสำหรับการผัดเพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพ

ประโยชน์จากเมนูนี้

– เห็ดหอม ลดระดับคอเลสเตอรอล ลดไขมันเลว มีวิตามินสูง

– บรอกโคลี เส้นใยอาหารสูง ช่วยลดการดูดซึมของน้ำตาล

– กระเทียม ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด 

5.ลาบเห็ด

ส่วนผสม  
เห็ดชนิดใดก็ได้ตามชอบ 2½ ถ้วย (เช่น เห็ดออรินจิ, เห็ดเข็มทอง, เห็ดถอบ, เห็ดฟาง เป็นต้น)
น้ำปลา 4 ช้อนชา
ผักชีฝรั่งหั่นหยาบ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลหญ้าหวาน 2 ช้อนชา
ใบสะระแหน่สำหรับโรย 2 ช้อนชา
น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
ใบมะกรูดซอย 2 ช้อนโต๊ะ พริกป่น 2 ช้อนชา
หอมแดงสับ 3 ช้อนโต๊ะข้าวคั่วป่น 2 ช้อนชา
กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่า 5-6 ถ้วย
น้ำมันผสมเอ็มเมอรัล สูตร Deep-frying Blend (สูตรสำหรับทอด) 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1.ต้มน้ำเปล่าพอเดือด นำเห็ดทุกชนิดลงลวก พอสุกตักขึ้นสะบัดให้สะเด็ดน้ำ

2.ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันผสมเอ็มเมอรัล สูตร Deep-frying Blend ลงไป เมื่อร้อนได้ที่นำ กระเทียมและหอมแดง ลงไปทอดให้กรอบและมีสีเหลืองสวย จากนั้นตักขึ้นมาพักไว้

3.เตรียมชามใบใหญ่ใส่น้ำปลา น้ำตาลหญ้าหวาน และน้ำมะนาวผสมให้เข้ากัน

4.ใส่เห็ดลวก พริกป่น และข้าวคั่วลงไป คนให้ผสมเข้ากัน จากนั้นโรยผักชีฝรั่ง ใบมะกรูดลงไปผสมให้คลุกเคล้า

5.ตักใส่จาน โรยใบสะระแหน่ หอมแดงและกระเทียมที่ทอดกรอบเตรียมไว้ลงไป เพื่อเพิ่มความหอม

TIP: ใช้น้ำมันสูตรสำหรับทอดที่ลดไขมันอิ่มตัวลงในการทอดกระเทียมและหัวหอม ใช้น้ำตาลหญ้าหวานในการปรุงรสแทนน้ำตาลทราย

ประโยชน์จากเมนูนี้

– เห็ดชนิดต่างๆ มีคุณสมบัติช่วยลดระดับน้ำตาลและปริมาณไขมันในเส้นเลือด

– ผักชีฝรั่ง ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย

– หอมแดงอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ

นอกจากจะดูแลเรื่องอาหารการกิน โดยการเลือกชนิดอาหารและรับประทานในปริมาณที่เหมาะแล้ว ควรออกกำลังกายอย่างพอเหมาะ หมั่นไปพบแพทย์และกินยาอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของแพทย์ ก็จะช่วยให้อาการของโรคเบาหวานดีขึ้น และใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติ

สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเกี่ยวกับการรับประทานอาหารและวิธีการดูแลตนเองให้ปลอดภัยจากโรคเบาหวาน สามารถดูคำแนะนำได้จากอาจารย์ แววตา เอกชาวนา นักวิชาการด้านโภชนาการและวิทยากรโครงการสสส. ภายใต้กระทรวงสาธารณสุข 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

error: Content is protected !!