ใช้ไฟตัดหมอก ผิดหรือไม่?

ใช้ไฟตัดหมอก ผิดหรือไม่?

  ไม่มีหมวดหมู่ admin

เป็นข่าวขึ้นมากันอีกครั้งเมื่อ พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร รองผู้บัญชาการตำรวจจราจร รับผิดชอบงานด้านจราจร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเตือนผู้ใช้รถใช้ถนน ถึงกรณีการเปิดไฟตัดหมอกโดยไม่จำเป็นว่ามีความผิดทางกฎหมาย และมีโทษสูงสุดปรับ 500 บาท

เห็นข่าวนี้ก็เลยมาขยายความให้เข้าใจและหมดข้อสงสัยว่าการเปิดไฟตัดหมอกผิดกฎหมายจราจรหรือไม่ ซึ่งสรุปอย่างตรงไปตรงมาที่สุดคือผิดกฎหมายจราจรแน่นอน เพราะในข้อ 3 ทวิ ของข้อ 13 แห่งกฎกระทรวงฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2522) ออกตามความในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ระบุว่า “ในกรณีที่รถมีโคมไฟเพื่อใช้ตัดหมอกจะเปิดไฟหรือใช้แสงสว่างได้เฉพาะในทางที่จะขับรถผ่านมีหมอก ควัน หรือฝุ่นละอองจนเป็นอุปสรรคอันอาจเกิดอันตรายในขณะขับรถ และเมื่อไม่มีรถอยู่ด้านหน้าหรือสวนมาในระยะของแสงไฟ (เพิ่มเติมตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 15 (พ.ศ. 2536) ข้อ 3)”

เมื่อพระราชบัญญัติจราจรทางบกกำหนดไว้ชัดเจนแบบนี้ ถ้าใครยังขืนเปิดไฟตัดหมอกโดยไม่ดูกาลเทศะให้ดี ๆ ก็ต้องถูกคุณตำรวจจราจรจับเปรียบเทียบปรับแน่นอน อัตรา 500 บาท

แต่ถ้าจะคุยกันถึงเรื่องว่าการเปิดไฟตัดหมอกหน้า (ที่ติดตั้งถูกต้องมาจากโรงงาน) แล้วจะแยงตารถที่สวนมาหรือไม่นั้น โดยส่วนตัวแล้วเห็นว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะไฟตัดหมอกหน้าที่ติดมากับรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ในปัจจุบันนั้นถูกติดตั้งให้อยู่ในแนวที่ต่ำกว่าไฟหน้า หลอดไฟที่ใช้ก็แค่ 55 วัตต์ ส่วนตัวโคมสะท้อนแสงก็ออกแบบให้มีการกระจายลำแสงออกเป็นมุมที่กว้างตั้งแต่ 80-95 องศา และส่องสว่างไกลอยู่ในระยะ 2.5-3 เมตร

ส่วนสาเหตุที่ต้องออกแบบให้ไฟตัดหมอกมีการกระจายแสงแบบนี้ก็เพราะในหมอกฝุ่นและควันนั้นจะมีละอองของไอน้ำและฝุ่นเล็ก ๆ ลอยอยู่เต็มไปหมด ถ้าใช้แต่ไฟหน้าปกติในการส่องนำทางอย่างเดียว ลำแสงของไฟหน้าซึ่งอยู่ในตำแหน่งสูงและทำมุมแคบ (25 องศา) พอส่องไปตกกระทบเข้ากับไอน้ำและฝุ่นก็จะเกิดการสะท้อนจนทำให้มองเห็นพื้นถนนได้ไม่ชัดเจน

สำหรับไฟตัดหมอก เมื่อติดตั้งอยู่ใกล้กับพื้นมากกว่าแสงที่ส่องออกมาจึงส่องถึงพื้นถนนได้ดีกว่า ซึ่งการมองเห็นพื้นถนนที่ชัดเจนขึ้นนี้ จะช่วยให้เราสามารถใช้พื้นถนนและเส้นแบ่งช่องทางการจราจรเป็นจุดหมายในการมองเวลาควบคุมทิศทางรถได้ง่ายขึ้นในยามที่หมอกลงจัดนั่นเอง ดังนั้นจึงไม่มีทางเลยที่แสงของไฟตัดหมอกที่ติดตั้งอย่างถูกต้องมาจากโรงงานจะพุ่งสูงขึ้นมาแยงตารถคันที่สวนมา นอกจากจะเป็นไฟที่เจ้าของเอามาติดเพิ่มเอง การติดตั้งผิดตำแหน่งหรือใช้โคมและหลอดไฟผิดประเภท

ส่วนไฟตัดหมอกท้ายในบ้านเราจะมีติดอยู่กับรถบางรุ่นเท่านั้น โดยติดตั้งอยู่ในโคมไฟท้ายหรือที่กันชนท้าย และไฟตัดหมอกท้ายนี้ต่างหากที่มักจะส่องแสงมาแยงตาคนที่ขับรถตามหลัง เพราะเป็นโคมไฟสีแดงที่มีความสว่างจ้ามากพอ ๆ กับไฟเบรก แต่จะติดสว่างอยู่ตลอดเมื่อเปิดไว้ เลยทำให้รถคันที่ขับตามมารู้สึกรำคาญ เพราะฉะนั้นถ้าไม่มีหมอกลงจัด ฝุ่นคลุ้ง หรือควันหนาทึบ ก็อย่าเปิดทิ้งไว้ให้ลำบากคนขับรถข้างหลังเลย

สรุปโดยง่าย ๆ ก็คือ ณ วันนี้การเปิดไฟตัดหมอกเมื่อมีความจำเป็นไม่ผิดกฎหมายและเพิ่มความปลอดภัย แต่เมื่อหมดความจำเป็นในการใช้งานแล้วก็ต้องปิด ไม่ถูกปรับและยังแสดงน้ำใจต่อผู้ร่วมใช้ทางเดียวกันอีกด้วย.

ที่มา เดลินิวส์ โดยสมฤกษ์ รื่นสัมฤทธิ์

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

พนักงานลูกจ้าง อบต.-เทศบาล เจ็บป่วยไม่ต้องสำรองจ่าย
สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์
ทำความรู้จัก ระบบประกันสังคมและประกันสุขภาพของญี่ปุ่น
สิทธิในการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของคนต่างด้าว ที่นายจ้างคนไทยควรต้องรู้
โรคไวรัสตับอักเสบ
ขั้นตอนที่ควรรู้ เกี่ยวกับการซื้อรถยนต์ใหม่ป้ายแดง
เพิ่มไอโอดีน เพิ่มไอคิวให้เด็กไทยมีความเฉลียวฉลาด
ทำไมคนเราควรต้องทำประกันชีวิต
ยาเลื่อนประจำเดือน ช่วยได้อย่างไร
35 วิธีดูแลรถให้มีอายุการใช้งานยืนยาวนานขึ้น
รวมเรื่องที่หลายคนยังเข้าใจผิดเกี่ยวกับการทานอาหารเพื่อสุขภาพ
แนวข้อสอบพร้อมเฉลยใบขับขี่รถยนต์ และรถจักรยานยนต์
error: Content is protected !!