หมวดหมู่: นานาสาระ

16 ก.ย.

วิธี ปราบผู้ชายเจ้าชู้ให้อยู่หมัด

ผู้ชายเจ้าชู้เพราะอะไร ผู้ชายเจ้าชู้จะหยุดที่ผู้หญิงแบบไหน มารู้จักผู้ชาย และวิธีมัดใจชายเจ้าชู้กันRead More

6 ก.พ.

บัตรประชาชนใช้อย่างไรจึงจะปลอดภัย

ทุกวันนี้ ไม่ว่าเราจะทำธุรกรรมอะไร ก็จะต้องใช้บัตรประชาชน การเซ็นสำเนาถูกต้อง  เพื่อแสดงตัวตนถือเป็นหลักฐานสำคัญ วันนี้จึงได้นำเอาวิธีการเซ็นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ถูกต้องและวิธีการเซ็นค่อมเอกสารสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น สำเนาทะเบียนบ้าน วุฒิการศึกษา หรือใบรับรองต่างๆ นั้น ซึ่งการขีดคร่อมเอกสารเมื่อต้องใช้ประกอบเป็นหลักฐานในการทำธุรกรรมต่างๆ กับหน่วยงานภาครัฐ องค์กรเอกชน หรือหน่วยงานอิสระอย่างอื่น  หากเจ้าของสำเนาเอกสารไม่ได้ระบุวัตถุประสงค์ของการนำไปใช้ประกอบเพื่อเป็นหลักฐานให้ถูกต้องเรียบร้อย ก็อาจถูกมิจฉาชีพนำสำเนาเอกสารดังกล่าวไปใช้ในทางที่ก่อให้เกิดผลร้ายกับเจ้าของสำเนาเอกสารเอง เช่น นำไปใช้ในกรณีขอเปิดใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายเดือน หรือการทำบัตรเครดิตต่างๆ

ทั้งนี้การขีดคร่อม และเขียนข้อความกำกับบนสำเนาเอกสารนั้น ไม่ได้มีกฎหมายกำหนดไว้เป็นการเฉพาะ แต่เป็นวิธีการหนึ่งเพื่อป้องกันมิให้มิจฉาชีพ นำสำเนาเอกสารนั้นไปใช้ประโยชน์ในทางที่มิชอบด้วยกฎหมาย แต่บางครั้งการขีดคร่อมเอกสารเพื่อนำไปใช้ประกอบเป็นหลักฐาน หากกระทำไม่ถูกต้อง อาจส่งผลให้สำเนาเอกสารฉบับนั้น ไม่สามารถใช้บังคับได้ตามกฎหมาย หรืออาจกลายเป็นลักษณะของ การขีดฆ่าเอกสารทิ้งเสีย
             ดังนั้น หลักของการขีดคร่อมเอกสารที่ถูกวิธี ควรปฏิบัติ ดังนี้
             1.  ควรเขียนไว้บริเวณที่ยากแก่การแก้ไข
             2. ขีดเส้นทึบยาวทับสำเนาเอกสารเพียงเส้นเดียว
             3. ระบุวัตถุประสงค์ของการนำไปใช้ให้ชัดเจนเหนือเส้นตามข้อ 2.
             4. ระบุวันเดือนปี
             5. รับรองสำเนาถูกต้อง 
             6. ลงลายมือชื่อทั้งตัวบรรจง และลายเซ็นชื่อ 
             7. ไม่ขีดเส้นเป็นแบบตาหมากรุก ขีดเส้นทึบยาวสองเส้นขนานกัน หรือขีดกากบาท 
             8. ไม่เขียนตัวหนังสือทับบริเวณสาระสำคัญของสำเนาเอกสาร 
             9.  ต้องใช้ปากกาหมึกสีดำเท่านั้น ถึงจะปลอดภัยที่สุด เพราะ เครื่องถ่ายเอกสาร บางเครื่อง สามารถถ่ายเอกสารโดยดึงหมึกสีน้ำเงินออก เหลือใช้เฉพาะข้อความของบัตรประชาชน แล้วทำให้มิจฉาชีพ เซ็นเอกสารบัตรประชาชนนั้น แทนเราได้เลย
สำหรับหลักการทั้ง 9 ข้อนี้ สามารถนำไปใช้งานได้จริง และเป็นเทคนิคในการป้องกันตัวเองจากกลุ่มมิจฉาชีพได้อีกด้วย 
เพิ่มเติมได้ข้อควรจำง่ายๆ ที่ควรรู้ไว้ ดังนี้

5 ก.พ.

เบื้องหลังความสำเร็จ “น้องข้าวมันไก่” สุดดังในอเมริกา

“น้อง พูนสุขวัฒนา” (ปัจจุบันอายุ 37 ปี) เล่าว่า เธอเกิดและเติบโตที่กรุงเทพฯ แม่ของเธอเป็นลูกจ้างในร้านอาหาร ส่วนพ่อติดเหล้า ไม่มีงานทำ ทุกวันชอบทำร้ายร่างกายและจิตใจของคนในครอบครัว รวมทั้งหมาในบ้าน แต่แม่ได้ต่อสู้เลี้ยงดูลูกๆ จนศึกษาจบปริญญาตรีได้สำเร็จRead More

14 พ.ย.

ล้างมือให้ถูกวิธี 7 ขั้นตอนและทำให้เป็นวัฒนธรรม

การล้างมือ 
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ผลการศึกษาของคณะนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ระบุว่า บนธนบัตร 1 ใบ จะมีเชื้อแบคทีเรียสะสมโดยเฉลี่ยถึง 26,000 ตัว ส่วนหนึ่งมาจากการใช้ธนบัตรผ่านมือไปหลายต่อ
 แบคทีเรียเหล่านี้มีจำนวนมากพอที่จะทำให้คนทั่วไปเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน และก่อให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้
นอกจากนี้ยังมีข้อมูลจากองค์การยูนิเซฟ ระบุว่า ในแต่ละปีมีเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี ต้องเสียชีวิตจากโรคอุจจาระร่วงถึง 3.5 ล้านคน และโรคปอดบวมอีกประมาณ 2 ล้านคน ทั้งๆที่วิธีการที่จะลดอัตราการเสียชีวิตดังกล่าวไม่ใช่เรื่องยาก มีการศึกษาวิจัยพบว่า เพียงแค่ล้างมือด้วยน้ำและสบู่อย่างถูกวิธีจะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคอุจจาระร่วงได้ถึง ร้อยละ 50 และจากโรคปอดบวมได้ถึงร้อยละ 25

สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UN) ได้กำหนดให้วันที่ 15 ตุลาคมของทุกปี เป็น “วันล้างมือโลก” หรือ Global Hand Washing Day เพื่อเป็นการรณรงค์และกระตุ้นให้เด็ก เยาวชน และประชากรทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญของการล้างมือด้วยสบู่อย่างถูกวิธีเป็นประจำ

คนไทยยังไม่ให้ความสำคัญในการล้างมือด้วยน้ำและสบู่เท่าที่ควร จำเป็นที่จะต้องกระตุ้นให้มีการล้างมือด้วยน้ำและสบู่กันมากขึ้น เพื่อป้องกันและลดอัตราการเกิดโรคอันเกิดจากอาหารและน้ำเป็นสื่อ โดยเฉพาะโรคอุจจาระร่วง เฉพาะปีที่ผ่านมาพบผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วงสูงถึง 1,013,225 ราย

กรมอนามัย ได้มีการกระตุ้นให้ประชาชนเกิดความตื่นตัวในการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค ซึ่งถ้าพิจารณาถึงความคุ้มค่าจากวิธีการป้องกันดังกล่าวแล้ว พบว่าไม่มีวิธีใดที่ดีไปกว่า “การล้างมือด้วยสบู่”  ซึ่งทางกรมอนามัย ได้ให้ความสำคัญด้วยการรณรงค์เรื่องการล้างมืออย่างต่อเนื่อง โดยแนะนำให้ประชาชนล้างมือทุกครั้งภายหลังทำกิจกรรมต่างๆ เช่น หลังการจามหรือไอ หลังสัมผัสสิ่งสกปรกหรือสิ่งของที่ใช้ร่วมกับผู้อื่น หลังออกจากห้องส้วม และก่อนรับประทานอาหาร ฯลฯ

“ผลการสำรวจในแหล่งชุมชนที่มีผู้สัญจรในกรุงเทพมหานคร ปี 2552 พบว่าประชาชนส่วนใหญ่มีพฤติกรรมการล้างมือก่อนรับประทานอาหาร ร้อยละ 61 แต่มีการล้างมือด้วยน้ำและสบู่หลังเข้าส้วมเพียง ร้อยละ 8 ทำให้ยังพบการปนเปื้อนของเชื้อโรคในมือประมาณร้อยละ 12”  แม้ว่าประชาชนส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญของการล้างมือมากขึ้นถึง ร้อยละ 90 แต่ก็ยังมีวิธีการล้างมือที่ไม่ถูกต้อง คือ ล้างด้วยน้ำเปล่าถึง ร้อยละ 41 มีผลทำให้ยังมีการติดเชื้อแบคทีเรียจากมือที่ไปหยิบจับอาหาร วัสดุต่างๆที่มีเชื้อแบคทีเรียอยู่

เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ ทางปาก ทางจมูก และทางผิวหนัง หากเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ก็จะก่อให้เกิดโรคติดต่อ และโรคติดเชื้อหลายโรค โรคติดต่อที่เป็นกันมากโดยเฉพาะในเด็กเล็ก ได้แก่ โรคไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ โรคท้องร่วง และโรคมือเท้าปาก เป็นต้น ซึ่ง “มือ” ถือเป็นอวัยวะสำคัญที่นำเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย

ทุกคนสัมผัสกับเชื้อโรคอยู่ตลอดเวลา เพราะเชื้อโรคมีอยู่ทุกหน ทุกแห่ง แม้แต่กระทั่งในอากาศที่เราหายใจ ดังนั้นเราจึงควรสร้างสุขอนามัยที่ดีด้วยการล้างมือด้วยสบู่เป็นประจำ และต้องล้างมือทันทีเมื่อทำกิจกรรม

 หากเราสามารถล้างมือด้วยสบู่อย่างถูกสุขลักษณะสม่ำเสมอ และช่วยกันปลูกฝังทุกคนให้เห็นความสำคัญของการล้างมือตั้งแต่ยังเด็กก็จะช่วยลดการเจ็บป่วยลงได้

ในการรณรงค์เรื่องการล้างมือนั้น นอกจากภาครัฐแล้วในส่วนของภาคเอกชนก็ได้เข้ามามีส่วนร่วมสำคัญในการรณรงค์เรื่องการล้างมือเพื่อเป็นการสกัดต้นตอของการติดเชื้อโรค

“จากงานวิจัย พบว่า การล้างมืออย่างถูกสุขลักษณะด้วยสบู่จะช่วยลดการสะสมของแบคทีเรีย จะช่วยลดโอกาสติดเชื้อโรคต่างๆที่มีมือเป็นพาหะนำเชื้อโรคเข้าสู่ระบบต่างๆ ในร่างกายได้ โดยพบว่า โรคไข้หวัด โรคท้องร่วง โรคผิวหนังอักเสบ โรคตาแดง ลดลงถึง 50% หลังล้างมืออย่างถูกสุขลักษณะด้วยสบู่ นอกจากนี้ยังพบว่า การรณรงค์ยังต่อเนื่องส่งผลให้พฤติกรรมการล้างมือของเด็กนักเรียนเปลี่ยนไป โดยนักเรียนขยันล้างมือบ่อยขึ้นโดยที่ไม่ต้องบอกให้ล้างถึงร้อยละ 84”

การล้างมือ 7 ขั้นตอน 
ฟอกบริเวณฝ่ามือ
ฟอกฝ่ามือและง่ามนิ้วมือด้านหน้า
ฟอกหลังมือและง่ามนิ้วมือด้านหลัง
ฟอกนิ้วมือและข้อนิ้วมือด้านหลัง
ฟอกปลายนิ้วมือและเล็บ
ฟอกโคนนิ้วและนิ้วหัวแม่มือ
ฟอกรอบข้อมือ

การล้างมืออย่างถูกสุขลักษณะเป็นประจำและสม่ำเสมอ ถือเป็นวิธีการป้องกันโรคติดเชื้อในทางเดินอาหาร ทางเดินหายใจ และการสัมผัสผ่านทางผิวหนังได้ แม้จะไม่ 100% แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการสกัดต้นตอของการติดเชื้อโดยเฉพาะแบคทีเรียลงได้มากทีเดียว

และมือเอง ก็เป็นสิ่งที่เราใช้ตลอดเวลาและโรคหลายโรคก็ติดต่อทางมือโดยมือเป็นตัวนำเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย การล้างมือเป็นวิธีการป้องกันโรคติดเชื้อทั้งทางเดินหายใจและการสัมผัส

 โรคติดเชื้อที่ติดต่อผ่านทางมือที่พบบ่อยๆคือ

  • โรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ เช่น หวัด วัณโรค ไข้หวัดใหญ่ โรคหัด หัดเยอรมัน
  • โรคติดเชื้อทางเดินอาหาร เช่น ท้องเสีย โรคตับอักเสบชนิดเอ โรคบิด อหิวาตกโรค
  • โรคพยาธิชนิดต่างๆซึ่งติดต่อได้จากการที่มือปนเปื้อนเชื้อเหล่านี้แล้วหยิบจับอาหารเข้าไป
  • โรคติดต่อทางการสัมผัสโดยตรง เช่น โรคตาแดง โรคเชื้อรา แผลอักเสบที่ผิวหนัง หิด เหา โรคเริม
  • โรคที่ติดต่อได้หลายทาง เช่น โรคอีสุกอีใสอาจติดต่อได้จากการสัมผัสและจากการหายใจ

 ควรล้างมือเมื่อไหร่
1.หลังการไอหรือจาม หรือไปสัมผัสสารคัดหลั่งมือเมื่อไหร่ของผู้ป่วย
2.ก่อนและหลังรับประทานอาหาร
3.ก่อนและหลังการเตรียมอาหาร
4.ก่อนและหลังการเข้าห้องนํ้า
5.ก่อนและหลังการสูบบุหรี่
6.ก่อนและหลังการทำงาน
7.เมื่อกลับจากทำงาน

16 ส.ค.

ประเด็น ยาดี – ยาไม่ดี เรื่องเล่าปากต่อปากที่หลายคนเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับยานอกบัญชี

ยานอก ยาใน… ยาดี ยาไม่ดี ที่เป็นประเด็นที่เป็นเรื่องเล่ากันปากต่อปาก และจุกอกหลายคนตลอดมา อีกทั้งยังมีคนทั่วไปหรือคนถือบัตรประกันสุขภาพ(บัตรทอง) หรือบัตรประกันสังคมเข้าใจผิดๆมาโดยตลอด หลายคนมองว่าเป็นยาสำหรับคนจนหรือคนไม่มีสตังค์ ประเด็นสำคัญที่สุดประเด็นหนึ่ง คือ เรื่องยานอกบัญชี ถูกประโคมว่ายาที่ถูกทำให้เชื่อว่าเป็นยาดียาเทวดา มีราคาแพง จึงอยู่นอกบัญชียาฟรีสำหรับประชาชนคนธรรมดา

ยานอกบัญชีคืออะไร ยานอกบัญชีนั้นคือรายการยาที่ไม่ได้อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ ในแต่ละปีมียาตัวใหม่ๆ เกิดขึ้นบนโลกนี้มากมาย ยาใหม่ส่วนหนึ่งคือยาที่ไม่ใหม่จริง กล่าวคือเป็นยาเดิมที่มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบเล็กน้อย หรือนำเคมีหลักการต่อเติมสารอื่นเพิ่มเติมเข้าไป เพื่อให้เกิดความใหม่เทียมและหวังผลด้านการค้าเป็นสำคัญ ยาใหม่แต่ละตัวนั้นจะมีการทำการทดลองในมนุษย์และสรุปผลออกมา หากผลการรักษาไม่น่าเชื่อถือ ผลการรักษาไม่มีความแตกต่างจากยาเดิมที่มีอยู่ ราคาค่ายาแพงมาก แต่ผลที่ดีขึ้นนั้นกลับไม่มาก หรือเป็นยาที่ยังอยู่ในระหว่างการค้นคว้าวิจัย ยาที่ไม่มีผลการรักษาที่แน่ชัดโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ป่วยชาวผิวเหลือง ยาเหล่านี้จะไม่ถูกพิจารณานำเข้าสู่บัญชียาหลักแห่งชาติของประเทศไทย รอจนกว่าจะมีผลการศึกษาวิจัยที่เปลี่ยนไปและยืนยันว่าดีจริงคุ้มค่าจริง หรือเป็นยาใหม่ที่มีประสิทธิภาพการรักษาที่ดี รักษาโรคใหม่ได้อย่างชัดเจนจริง มีข้อมูลรองรับมากพอ ยาเหล่านี้ก็จะมีโอกาสถูกนำเข้าสู่บัญชียาหลักแห่งชาติ

อย่างไรก็ตาม ก็ยังยากที่จะลบความเชื่อที่เกิดจากความสับสนในหมู่ประชาชน ว่า ยาในบัญชียาหลัก คือ ยาพื้นฐาน ทุกสิทธิบัตรประกันสุขภาพประกันสังคมล้วนให้เบิกได้ฟรี แต่ยานอกบัญชียาหลัก คือ ยาเทวดา ผู้ป่วยต้องจ่ายเงินเอง เฉพาะกลุ่มข้าราชการหากจะให้เบิกได้ก็ต้องผ่านการรับรองจากแพทย์ว่าจำเป็น ต้องใช้จริง ความเชื่อที่ว่ายานอกบัญชียาหลัก คือ ยาที่ดีกว่ายาในบัญชีนั้นอันนี้โดยส่วนใหญ่ไม่จริง แต่ความจริงบางส่วนที่อาจจะยอมรับได้ คือ ยานอกบัญชียาหลักบางตัวนั้น อาจให้ผลดีกว่าเช่นลดระดับความดันโลหิตได้ดีกว่าสัก 10% แต่ราคาสูงกว่ายาในบัญชียาหลักสองเท่าห้าเท่า เป็นต้น ในทางเศรษฐศาสตร์สาธารณสุขจึงไม่มีความคุ้มค่าที่ควรนำมาใช้ จึงจัดอยู่ในกลุ่มนอกบัญชียาหลักแห่งชาติ

คำถามคือทำไมหมอจึงยังมีการสั่งใช้ยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติอย่างมากมาย อันนี้เป็นคำถามที่ตอบยาก มีเหตุผลอันหลากหลายขึ้นกับตัวบุคคล ขึ้นกับลักษณะของสถานพยาบาล ส่วนหนึ่งเพราะความเชื่อความคุ้นเคยของแพทย์ต่อการสั่งยาตัวนั้นที่อยู่นอก บัญชียาหลัก หรืออาจเป็นความหวังดีของแพทย์ที่เห็นว่าเมื่อผู้ป่วยมีปัญญาจ่ายหรือมีคน จ่ายให้เช่นทางราชการจ่ายให้ บริษัทประกันชีวิตจ่ายให้ก็สั่งยาที่ราคาแพงให้ก็ไม่ได้เสียหายอะไร อีกส่วนก็เป็นเพราะอิทธิพลทางการค้าที่แพทย์และโรงพยาบาลอาจได้ประโยชน์จาก ยาตัวนั้นๆ ไม่ว่าจากการไปประชุมเมืองนอก หรือของฝากของชำร่วยที่บริษัทยาส่งให้ด้วยแนวคิดของการทำการตลาดผ่านวิชาชีพ สุขภาพ รวมทั้งการทำกำไรของโรงพยาบาลก็มาจากเงินส่วนต่างค่ายา กำไร 100% ของยาแพงซึ่งเป็นยานอกบัญชียาหลักย่อมมากกว่า 100% ของยาในบัญชียาหลักที่ถูกกว่า และอาจมีเหตุผลอื่นๆ อีกมากมาย

ยานอกบัญชียาหลักจะยังหลอก หลอนสังคมไทยไปอีกนานเท่านาน สองมาตรฐานคงไม่ง่ายในการแก้ไข แต่การรู้ให้เท่าทันเป็นสิ่งจำเป็นในโลกของระบบสุขภาพอันซับซ้อนนี้

นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ
ที่มา Manager Online

error: Content is protected !!